ชั่วพริบตา ค่ำของวันที่สองก็มาถึง
“รถเลื่อนหิมะ” จอดนิ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง ผู้คนต่างขึ้นฝั่ง กินเสบียงแห้งอย่างเรียบง่าย แยกย้ายกันหาต้นไม้ใหญ่ ปีนขึ้นไปบนยอดเพื่อเตรียมค้างแรม
พอรุ่งเช้า พวกเขาก็จะมุ่งตรงไปยังหุบผาจั้งหลง ส่วนหมาป่าหิมะและคนขับรถก็จะรออยู่ที่นี่
“หรือว่าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นจริง ๆ?”
เฉินหวยอันนอนอยู่บนกิ่งไม้หนา ในใจครุ่นคิด เขาค้นหาอยู่นานก็ไม่พบสัญลักษณ์ลับที่จ้าวเชอทิ้งไว้ มีความเป็นไปได้สูงที่จ้าวเชอไม่ได้ตามมา
“ก่อนที่จะเก็บเถามังกรเกล็ดได้ หลินหยางไม่มีทางลงมือแน่ หากจ้าวเชอไม่มา...”
เฉินหวยอันเพิ่งสำเร็จขั้นฝึกหนัง แม้รากฐานจะแน่นหนา แต่ก็ยังไม่สามารถต่อกรกับขั้นฝึกลมปราณซึ่งหน้าได้
อีกหนึ่งวันกว่า ๆ จึงจะถึงหุบผาจั้งหลง เวลาของเฉินหวยอันยังเหลือเฟือ สถานการณ์ที่ดีที่สุดคือรอจนกว่าจ้าวเชอจะปรากฏตัว
ต่ำกว่าขั้นฝึกลมปราณลงไป ถือว่ายังไม่นับเป็นผู้ฝึกตน หากไม่ลงมือใช้เคล็ดวิชายุทธ์ ก็ดูไม่ออกว่าฝึกฝนมาหรือไม่ อย่างมากก็แค่ร่างกายกำยำแข็งแรงขึ้น
อำเภอเฟิงหลิงรวมหมู่บ้านโดยรอบ มีหลายแสนครัวเรือน มีคนที่มีพรสวรรค์แปลก กำลังดุจเทพก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ทุกคนรู้ว่าทีมเก็บยาอาบยาทุกวัน ร่างกายของเฉินหวยอันแข็งแรงกว่าคนอื่น ก็ยิ่งไม่มีใครสงสัย
จนถึงตอนนี้ นอกจากจ้าวเชอกับชายชราร่างเล็กที่สอนเคล็ดวิชายุทธ์ให้เขาแล้ว ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังฝึกฝน
“โฮก!”
ขณะที่เฉินหวยอันยังคงครุ่นคิด ส่วนลึกของป่าเขาก็ดังก้องด้วยเสียงคำราม แผ่นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อยตามมา หิมะหนาที่อยู่บนกิ่งไม้ร่วงหล่นลงพื้นเป็นทาง
“โฮก...”
