จี้หยางตื่นแต่เช้ามาต้มน้ำร้อนเต็มหม้อ พอเห็นเจียงเหย่ทำธุระเสร็จแล้ว ก็ให้เขาไปอาบน้ำเสีย เหงื่อท่วมตัว แถมอากาศก็เย็นลงแล้ว ถ้าโดนลมหนาวเข้าเดี๋ยวจะไม่สบายเอา
เจียงเหย่อาบน้ำเสร็จก็ออกมา พอดีกับที่แม่เจียงกลับมาถึงบ้าน
เธอซื้อเต้าหู้เหลืองกับปาท่องโก๋มาฝาก เต้าหู้เหลืองใส่มาในกระติกน้ำร้อน ดูท่าจะเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว
จี้หยางฉีกปาท่องโก๋เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วแช่ลงในเต้าหู้เหลืองร้อน ๆ ปาท่องโก๋ซึมซับกลิ่นหอมหวานละมุนของถั่วเหลืองจนอ่อนนุ่ม อุ้มน้ำเต้าหู้ไว้เต็มคำ อร่อยเป็นพิเศษ
เจียงเหย่มองแล้วคิดว่าปาท่องโก๋ที่ไม่แช่เต้าหู้เหลืองอร่อยกว่า
กินข้าวเสร็จ ทั้งคู่ก็ออกจากบ้าน ตั้งใจจะแวะไปโรงพยาบาลก่อน ระหว่างทางผ่านสหกรณ์จัดซื้อค่อยซื้อชุดชั้นในกันหนาว แล้วสุดท้ายยังต้องไปส่งจดหมายที่ไปรษณีย์ด้วย
พอถึงโรงพยาบาล เจียงเหย่ก็หาหมอจีนสูงวัยคนหนึ่งมาตรวจให้จี้หยาง
หมอสูงวัยเห็นว่าแก้มของจี้หยางมีสีเลือดฝาด ทั้งยังจับชีพจรแล้วกล่าวว่า “ดีมาก ไม่มีปัญหาอะไร”
เจียงเหย่ถามว่า “คุณหมอสวี ภรรยาผมตอนนี้เป็นแบบนี้ ยัง...แค่ก...ยังทำอย่างนั้นได้ไหมครับ คุณเข้าใจใช่ไหม ได้หรือเปล่า”
หมอสูงวัยยิ้ม “ได้ก็ได้อยู่หรอก แต่คนหนุ่มสาวก็ต้องระวังหน่อย ขอแค่อย่าให้กระแทก อย่าหกล้ม อย่าหักโหม ก็ไม่มีปัญหา เบามือหน่อย เข้าใจใช่ไหม”
เจียงเหย่เกาจมูก “ขอบคุณครับคุณหมอสวี”
หมอสูงวัยเป็นคนช่างพูด ตรวจเสร็จแล้วยังชวนคุยอีกสองสามประโยค “จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เธอป่วย ฉันก็เป็นคนตรวจให้ เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ ตอนนี้มีลูกแล้วนะ”
