ตอนกลางคืนเอาเท้าแช่น้ำอุ่นสักหน่อยแล้วสบายมาก จี้หยางไม่เคยมีนิสัยแบบนี้มาก่อน เพิ่งมาเริ่มทำจนติดเป็นนิสัยหลังทะลุมิติมาอยู่ในโลกนี้
เธอนั่งแช่เท้าอยู่บนเก้าอี้ พลางบ่นว่าอยากซื้อกล้องถ่ายรูป แล้วก็อยากซื้อโทรทัศน์ด้วย
“ถ้าอยากได้ก็ซื้อสิ” เจียงเหย่กล่าว
“แต่มันแพงอยู่นิดหน่อย”
จี้หยางคิดว่าเมื่อเทียบกับราคาสินค้าในยุคหลัง ของพวกนี้ในยุคนี้แพงอยู่บ้าง
“แม่ ไม่อย่างนั้นอดใจรอหน่อยไหม รอฉันหาเงินได้แล้วค่อยซื้อ” อันอันเสนอ
“ไม่จำเป็นหรอก แม่ของเธอยังไม่ถึงขั้นต้องใช้เงินของเธอเสียหน่อย”
เมื่อเห็นว่าจี้หยางไม่ได้คิดจะให้เขาออกเงินจริง ๆ อันอันจึงไม่พูดอะไรอีก
พอแช่เท้าอยู่ครู่หนึ่ง จี้หยางก็หยิบผ้าขนหนูมาเช็ดเท้าให้แห้ง อันอันช่วยยกน้ำล้างเท้าออกไป
“สือโถวกลับมาแล้ว บอกว่าอยากชวนพวกเราไปกินข้าวด้วยกัน”
“ได้สิ”
สำหรับคนผู้นี้ จี้หยางเคยได้ยินแต่ชื่อ แต่ยังไม่เคยเห็นตัวจริง
ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายกลับมาครั้งหนึ่ง ทว่าต่อมาก็มีธุระด่วนจึงต้องจากไปอีก
นัดกินข้าวกันในวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยไปกินที่บ้านของสือโถว
สือโถวเป็นคนเมืองหลวงโดยกำเนิด จึงพอมีเส้นสายอยู่บ้าง ก่อนปลดประจำการกลับมา เขาก็ยื่นเรื่องขอห้องพักกับหน่วยงานไว้เรียบร้อยแล้ว
ห้องพักมีขนาดราว 60-70 ตารางเมตร เป็นห้องสองห้องนอนในอาคารที่จัดไว้ให้ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ ส่วนบ้านของเขาอยู่ชั้นสาม
