กลับถึงห้อง เจียงเหย่ก็พูดถึงเรื่องที่เจียงเสี่ยวเม่ยกังวลให้ฟัง
“คุณคิดว่าเธอมั่นใจไหม?”
จี้หยางส่ายหน้า “บอกยาก”
เรื่องเรียนเป็นสิ่งที่พูดยาก โดยเฉพาะถ้าพื้นฐานไม่ดี แถมเวลายังน้อย เพิ่งมีเวลาแค่ครึ่งปี กลางวันก็ต้องทำงาน ถึงจะอ่านหนังสือได้บ้าง แต่ในร้านอาหารมีคนเดินเข้าออกขวักไขว่ ไม่เหมือนอยู่บ้านที่มีสมาธิอ่านหนังสือได้เงียบ ๆ
อีกอย่าง การเรียนไม่ใช่แค่อาศัยความขยัน ยังต้องมีพรสวรรค์ด้วย
วิชาที่ต้องท่องจำยังพอไหว ท่องแบบจำได้ก็พอ แต่พวกวิชาวิทยาศาสตร์ ถ้าบทก่อนหน้ายังไม่เข้าใจ บทถัดไปก็ยิ่งเรียนลำบาก
ที่จริงปัญหาหลักคือเวลาน้อยเกินไป ถ้ามีเวลามากกว่านี้ก็น่าจะดีขึ้น
เจียงเหย่ถอนหายใจ “อุตส่าห์ตั้งใจเรียนอย่างจริงจังแล้ว ถ้าสอบไม่ติด คงผิดหวังน่าดู”
จี้หยางนึกย้อนดู เหมือนอีกสองปีถึงจะเริ่มมีมหาวิทยาลัยภาคค่ำที่ได้วุฒิบัตร
ถ้าเจียงเสี่ยวเม่ยสอบไม่ติดจริง ๆ ก็เรียนบัญชีหรือการเงินได้ ฝีมือทำอาหารของเหล่าหวังดีมาก ต่อไปถ้าอนุญาตให้ค้าขายส่วนตัวแล้ว ก็เปิดร้านเองได้สบาย
สามีภรรยาช่วยกัน คนหนึ่งทำอาหาร อีกคนดูบัญชี ก็นับว่าไม่เลว
ตอนนี้โรงเรียนภาคค่ำยังเน้นเนื้อหาด้านการเมืองมากกว่า จี้หยางเลยไม่ได้พูดถึง
เธอบอกว่า “คุณก็อย่าเพิ่งกังวลเลย ปีนี้สอบไม่ติดก็ยังมีปีหน้าไม่ใช่หรือไง”
“ผมว่า ถ้าตงหยาสอบไม่ติดคราวนี้ ปีหน้าก็คงไม่สอบแล้วล่ะ เธอนั่งไม่ติดหรอก นั่งเรียนทุกคืนมาตลอดครึ่งปีได้ สำหรับเธอก็ยากมากแล้ว” เจียงเหย่พูด
