“ทำหน้าอะไรของนาย” เจียงเหย่หิ้วถุงตาข่าย เตรียมพาจี้หยางไปเอาขนมที่เจียงเสี่ยวเม่ยซื้อไว้จากหน่วยรักษาความปลอดภัย พอหันมาก็เห็นสีหน้าของอวี๋ต้ากังเข้า
“ไม่มีอะไร” อวี๋ต้ากังเงยหน้ามองเพดาน “แค่รู้สึกว่าคำพูดเก่าแก่ประโยคหนึ่งพูดไว้ได้ถูกจริง ๆ”
“ประโยคไหน?” เจียงเหย่ถามส่ง ๆ
“คนที่นอนเตียงเดียวกัน ไม่มีทางเป็นคนคนละแบบกันหรอก”
พี่เจียงของเขาพูดโม้ไปเรื่อยทุกวัน แถมยังทำท่าภูมิใจเสียเต็มประดา พี่สะใภ้ก็พูดอะไรออกมาได้ทันที ไม่สนข้อเท็จจริง หลับหูหลับตาพูดเรื่องเหลวไหล
ถ้าจะให้เขาพูดละก็… สมกับเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ
“ประสาท” เจียงเหย่ส่งสายตาให้จี้หยาง ก่อนเดินออกไป
จี้หยางโบกมือให้อวี๋ต้ากัง “พวกเราไปก่อนนะ ค่อย ๆ กินล่ะ”
อวี๋ต้ากังโบกมือตอบ จากนั้นก็ไปสั่งกับข้าวสองอย่างกับหมั่นโถวสองลูกที่ช่องตักอาหาร แล้วหาที่นั่งว่าง พอกินไปได้ไม่กี่คำก็เห็นใครบางคนมานั่งข้าง ๆ
“ต้ากัง ดูสิว่าผัวเมียเจียงเหย่เขาดีต่อกันแค่ไหน อายุนายมากกว่าเจียงเหย่เสียอีก ทำไมยังไม่หาภรรยาล่ะ”
อวี๋ต้ากังก้มหน้าส่ายหัวทันที “ไม่หา!”
การมีภรรยาเป็นเรื่องน่ากลัวขนาดไหนกัน! เขาพักอยู่ในหอพักก็เพื่อหนีสงครามในครอบครัว ไม่คิดเลยว่าช่วงสองวันนี้คนห้องข้าง ๆ จะพาคนรักมาอยู่ด้วย กลางคืนยังรักใคร่กลมเกลียวกันดี แต่พอเช้ากลับทะเลาะกัน
แถมทะเลาะกันดุเดือดมาก
แค่เรื่องเล็กน้อยอย่างใครจะไปตักน้ำ ใครจะเทน้ำสกปรกก็เอามาเถียงกันไม่หยุด อีกเดี๋ยวก็ทะเลาะกันจนหน้าแดงคอขึ้นเรื่องที่นอนตอนกลางคืน ใครยึดเสื่อเย็นไปมากกว่า ใครเบียดใคร
