หลังเล่าเรื่องหลิวเย่าจงจบ จี้หยางก็พูดถึงเรื่องพัสดุต่อ
“พรุ่งนี้คุณช่วยไปรับพัสดุให้ฉันหน่อยได้ไหม เพื่อนคนหนึ่งส่งมาจากมณฑลตง ตอนเธอลงชนบท ฉันกลัวว่าเธอจะส่งจดหมายไปที่บ้านพ่อแม่ฉันแล้วหาไม่เจอ เลยบอกที่อยู่ที่ทำงานของคุณไป”
“ได้ เดี๋ยวเอาใบรับพัสดุให้ฉัน พรุ่งนี้ฉันจะไปรับ”
เมื่อรับปากแล้ว เจียงเหย่ก็ยังเป็นห่วงเรื่องหลิวเย่าจง เขาบอกให้จี้หยางเข้านอนแต่หัวค่ำ จากนั้นก็ออกไปจัดการธุระ พอเสร็จก็มุ่งตรงไปโรงงาน
เจียงเหย่คบหาคนเก่งมาตั้งแต่เด็ก มีเพื่อนเยอะ ไม่ต้องพูดถึงอะไรอื่น แค่เครือข่ายเพื่อนร่วมชั้น เพื่อนร่วมงาน และเพื่อนบ้านก็มีไม่น้อยแล้ว
หลังออกจากบ้าน เขาติดต่อเพื่อนคนหนึ่งที่เป็นพวกเที่ยวเตร่ไม่เอาการเอางานเหมือนกัน
คนที่เข้าใจเราดีที่สุด ก็ต้องเป็นคนประเภทเดียวกันนี่แหละ
เจียงเหย่คิดว่าเรื่องนี้ควรให้เพื่อนที่รู้ข่าวสารไวช่วยสืบหาจะดีกว่า
การสืบข่าวต้องใช้เวลา
หลังฝากเรื่องนี้ไว้กับเพื่อนนักเที่ยวที่สนิทกันดีแล้ว เจียงเหย่ก็ไปโรงงาน
เย็นวันถัดมาหลังเลิกงาน เขาไปรับพัสดุแล้วนำมาให้จี้หยาง
พัสดุไม่ใหญ่มาก มองไม่ออกว่าข้างในเป็นอะไร
เมื่อจี้หยางเปิดดู ด้านบนสุดมีจดหมายหนึ่งฉบับ บนซองเขียนชื่อของเธอไว้
ข้างใต้เป็นเห็ดแห้งหนึ่งห่อ เป็นเห็ดป่าที่ขึ้นตามภูเขาสูงแล้วนำมาตากแห้ง รวมกันแล้วน่าจะยังไม่ถึงครึ่งกิโล
เธอแกะจดหมายออกก่อน แล้วสังเกตเห็นว่ามีบางจุดบนกระดาษเป็นรอยหมึกเลอะ
พอนึกภาพออกว่าตอนเขียนจดหมายฉบับนี้ เด็กสาวคงร้องไห้มาแล้ว
จากบ้านเกิดไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ต้องไปอยู่ร่วมกับคนแปลกหน้ามากมาย ทั้งยังต้องทำงานหนักทุกวัน แค่คิดก็พอจะรู้แล้วว่าจะปรับตัวลำบากแค่ไหน
