“สหายจี้ อย่าเพิ่งรีบสิ ผมไม่ได้มีเจตนาอื่น แค่บังเอิญเจอกันเท่านั้น อีกอย่าง ผมอยากเป็นเพื่อนกับคุณจากใจจริง หนุ่มสาวอย่างพวกเราก็ควรมีความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ดีต่อกัน คุณว่าใช่ไหม”
จี้หยางไม่หยุด กลับเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
เธอไม่อยากพัวพันกับคนประเภทนี้ สำหรับเธอ คนที่กล้าค้ามนุษย์ล้วนไร้มนุษยธรรม ไม่อาจใช้เหตุผลปกติมาตัดสินได้
“เอ๊ะ สหายจี้ ได้ยินว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ เดินเร็วขนาดนี้จะดีหรือ เดี๋ยวก็บอกแล้วไงว่าผมไม่ได้มีเจตนาอื่น แค่บังเอิญเจอกันเลยทักทายเท่านั้น เดินช้า ๆ หน่อย เดินเร็วไม่ดีต่อสุขภาพนะ”
จี้หยางมองซ้ายมองขวา แต่ก็ไม่มีอะไรที่พอจะหยิบมาใช้ได้ถนัดมือ
“สหายจี้ เรื่องที่ผมบอกว่าอยากเลี้ยงข้าวคุณตอนเจอกันที่ห้างสรรพสินค้าคราวก่อน ผมพูดจริงนะ คุณลอง...คิดดูหน่อยไหม วันนี้ก็บังเอิญเจอกันพอดี ไปกินข้าวด้วยกันเถอะ”
จี้หยางหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมา “เลิกตามฉันได้แล้ว เราไม่รู้จักกันเลยสักนิด ถ้ายังตามมาอีก ฉันจะตะโกนว่ามีคนลวนลาม คงรู้สินะว่าคดีอันธพาลมีโทษหนักแค่ไหน”
หลิวเย่าจงมองจี้หยาง พลางเลิกคิ้วเล็กน้อย ท่าทางดุดันแบบนี้ช่างเร้าใจจริง ๆ
เขาพูดว่า “ผมเป็นคนดีนะ”
จี้หยางมองเขาเงียบ ๆ คนดีงั้นหรือ อยากถามจริง ๆ ว่าเจ้าตัวเชื่อคำพูดตัวเองไหม
เมื่อเห็นจี้หยางไม่พูดอะไร หลิวเย่าจงก็ยิ้ม “ผมเป็นคนดีจริง ๆ ไม่ได้มีเจตนาอื่น แค่อยากเป็นเพื่อนกับคุณเท่านั้น”
“ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับคุณ” จี้หยางกล่าว “อีกอย่าง กรุณาอย่าตามฉันมาอีก ถ้ายังตาม ฉันจะตะโกนว่ามีคนลวนลามจริง ๆ แล้ว”
