แม่สามีเก่าของพี่สามเจียงน่ะ จะว่าเป็นคนไม่ดีก็ไม่ใช่ แต่มีนิสัยจุกจิกชอบบ่นอยู่บ้างจริง ๆ
โดยเฉพาะชอบพูดว่าลูกสะใภ้บ้านนั้นบ้านนี้ดีกับแม่สามีอย่างไร กตัญญูแค่ไหน เห็นได้ชัดว่าหวังให้ลูกสะใภ้ตัวเองเอาอย่างลูกสะใภ้บ้านอื่น
เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแม่ผัวกับลูกสะใภ้นี่ ตั้งแต่โบราณมาก็เป็นเรื่องที่จัดการได้ยาก
ที่อยู่กันดี ๆ ก็มี แต่ส่วนใหญ่ย่อมมีปัญหาบ้างไม่มากก็น้อย
ที่จริงก็พอเข้าใจได้ แม้แต่สามีภรรยายังมีเรื่องขัดแย้งกัน นับประสาอะไรกับแม่ผัวลูกสะใภ้ ไม่มีใครอยากถูกอีกฝ่ายกดข่ม และไม่มีใครเต็มใจคอยเอาอกเอาใจอีกฝ่าย
“ถ้าจะซื้อบ้านแล้วขาดเงิน ก็บอกกันนะ ฉันกับหยางหยางจะช่วยหาให้สักหน่อย” เจียงเหย่กล่าว
พี่สามเจียงพยักหน้า “อืม ไว้ตอนจะซื้อแล้วค่อยว่ากัน”
แต่งออกไปหลายปี พอกลับมาอีกครั้งก็รู้สึกแปลก ๆ กับบ้านหลังนี้ บอกไม่ถูกเหมือนกัน
ไม่ใช่ว่าคนในบ้านไม่ดี แค่ตัวเธอเองรู้สึกว่า...ไม่รู้สึกเหมือนมีที่ให้กลับมาอยู่สักเท่าไร บางทีอาจเป็นเพราะเธอคิดมากไปเอง
เห็นพี่สามเจียงมีสีหน้าหม่นหมอง จี้หยางจึงรีบชวนเธอกินกับข้าว
พี่สามเจียงยิ้ม แล้วหันไปคุยเรื่องอื่นกับทุกคน
หลังกินข้าวเสร็จ เด็ก ๆ มานั่งทำการบ้านด้วยกัน เจียงเหย่ถามพี่สามเจียงว่า “วันนี้ไม่เห็นลิ่วเหมาเลย”
พี่สามเจียงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ “ที่บ้านวุ่นวายเกินไป ซ่งฉางซุ่นพูดไม่รู้จักระวังปาก อะไรก็พูดออกมาหมด ฉันกลัวเด็ก ๆ จะเรียนรู้เรื่องไม่ดีจากที่บ้าน เลยบอกให้พวกเขาออกไปเล่นเวลาว่าง”
