สุดท้ายเด็ก ๆ บ้านพี่สามเจียงก็เปลี่ยนชื่อใหม่ พี่สาวชื่อเจียงเจา ส่วนน้องสาวชื่อเจียงอวิ๋น ทั้งสองชื่อมีความหมายถึงความสว่างไสว
เด็กหญิงทั้งสองมือไม้คล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเก็บกวาดบ้านหรือซักเสื้อผ้าก็ทำได้หมด แถมยังทำได้ดีด้วย พวกเธอเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่รักความสะอาดมาก
นอกจากเรื่องเรียนที่ไม่ค่อยเอาไหน กับทำอาหารไม่ค่อยเป็นแล้ว
ในยุคนี้ การเรียนต้องอาศัยความกระตือรือร้นของเด็กมาก เพราะผู้ใหญ่หลายคนไม่ค่อยเข้ามาดูแล อีกทั้งพ่อแม่บางคนก็มีความรู้น้อย ต่อให้คิดอยากช่วยสอนการบ้านก็สอนไม่ได้
ส่วนเรื่องทำอาหาร เด็กวัยนี้ทำไม่เป็นก็เป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับอันอันแล้วทำเป็น เพื่อให้วันหน้าตัวเองจะได้แอบขี้เกียจ เขาจึงหวังดีเป็นพิเศษ สอนเด็กทั้งสองคนไปพลาง กล่อมไปพลางว่า ยังไงก็ต้องทำอาหารเป็น นี่เป็นทักษะพื้นฐานในการใช้ชีวิต ถ้าทำไม่เป็น วันหน้าจะลำบากอะไรทำนองนั้น
เด็กหญิงทั้งสองไม่รู้ว่าเพราะเห็นด้วยกับที่อันอันพูด หรือเพราะเห็นว่าอันอันทำเป็นแต่พวกเธอทำไม่เป็นจนรู้สึกเขิน ถึงได้ตั้งใจเรียนกันมาก
เดิมทีหลังแม่เจียงเกษียณ เธอตั้งใจจะรับภาระงานบ้านทั้งหมดมาเอง ให้ลูกชาย ลูกสะใภ้ และลูกสาวได้ทำงานอย่างสบายใจ แต่ตอนนี้สิ แม่เจียงเกษียณแล้วก็จริง ทว่ากลับไม่มีอะไรให้ทำในบ้านเลย
คนที่ทำงานมาตลอดย่อมอยู่เฉยไม่เป็น แม่เจียงทนอยู่บ้านได้ไม่กี่วันก็รู้สึกอึดอัดเหลือเกิน จึงไปช่วยงานที่ร้านของเจียงเสี่ยวเม่ย ดูว่ามีอะไรให้ทำบ้าง
ร้านอาหารของเจียงเสี่ยวเม่ยกับเหล่าหวังไม่ใหญ่นัก ยุคนี้การรับคนเข้าทำงานมีข้อกำหนด อนุญาตให้จ้างได้แค่หนึ่งถึงสองคน หากมีฝีมือก็รับลูกมือเพิ่มได้อีกสองถึงสามคน รวมแล้วห้ามเกินห้าคน
