หลังได้รับใบหย่า พี่สามเจียงก็พาลูกสาวสองคนกลับไปอยู่ที่ตระกูลเจียง
เพื่อฉลอง ตอนเย็นที่บ้านทำอาหารเต็มโต๊ะ
ระหว่างมื้ออาหาร เจียงเหย่เสนอว่า “พี่สาม เปลี่ยนนามสกุลให้หลานสาวทั้งสองคนของผมเถอะ เปลี่ยนเป็นแซ่เจียง”
พี่สามเจียงยังไม่ทันตอบ ลูกสาวคนโตของเธอก็ถามว่า “น้าคะ ต่อไปพวกเราจะใช้แซ่เดียวกับน้าหรือคะ?”
เจียงเหย่าส่ายหน้า “พวกเธอไม่ได้ใช้แซ่เดียวกับน้า แต่ใช้แซ่เดียวกับแม่ต่างหาก”
“มันไม่เหมือนกันหรือคะ?”
“คงไม่เหมือนกันมั้ง” อันอันอธิบายว่า “พวกเธอเกิดจากน้าสาม ได้รับบุญคุณที่น้าสามให้กำเนิด แล้วยังได้รับบุญคุณที่น้าสามเลี้ยงดู เพราะฉะนั้นพวกเธอจึงใช้แซ่ของน้าสาม ไม่ใช่แซ่ของพ่อ ถึงจะเป็นแซ่เจียงเหมือนกันก็เถอะ”
ลูกสาวคนโตของพี่สามเจียงอายุมากกว่าอันอัน ส่วนลูกสาวคนเล็กอายุน้อยกว่าเขา
คนโตพอเข้าใจความหมายที่อันอันพูดอยู่บ้าง แต่คนเล็กยังไม่ค่อยเข้าใจ
“ก็แซ่เจียงเหมือนกันไม่ใช่หรือคะ?”
“ลองดูนะ” อันอันอธิบายให้ฟัง “เมื่อก่อนเธอแซ่ซ่ง เป็นซ่งเดียวกับซ่งฉางซุ่น ในตรอกของพวกเธอ ฉันจำได้ว่ามีอีกบ้านหนึ่งแซ่ซ่ง ชื่อซ่งฟู่กุ้ย เวลาออกไปบอกคนอื่น เธอจะบอกไม่ได้ว่าแซ่ซ่งของเธอมาจากซ่งฟู่กุ้ย ถึงจะใช้แซ่ซ่งเหมือนกัน แต่ก็ไม่เหมือนกันอยู่ดี”
“อ๋อ” เด็กหญิงเหมือนจะเข้าใจขึ้นมานิดหน่อย “พี่อันอันฉลาดจังเลยค่ะ”
“ก็พอใช้ได้ เธอแค่หัดคิดให้มากกว่านี้ก็พอ”
“แล้วพี่อันอันคิดเรื่องอะไรบ้างคะ?”
“เรื่องที่ฉันคิดมีเยอะเลย ทำไมชีวิตเราถึงต้องมีเงิน รูปแบบการใช้เงินซื้อของเป็นยังไง ทำไมธนาคารถึงพิมพ์เงินเพิ่มไม่ได้ ถ้าพิมพ์เงินออกมาเยอะแล้วปล่อยเข้าสู่ตลาดจะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง ฉันจะมีเงินเยอะ ๆ อย่างถูกกฎหมายได้ยังไง แล้วพอมีเงินเยอะแล้วจะทำยังไงให้มันงอกเงยมากขึ้นอีก”
