สมัยนี้เวลาแต่งงานกัน ล้วนมีเงินสินสอดรับกันทั้งนั้น โดยทั่วไปเมื่อบุตรชายบุตรสาวแต่งงาน ก็จะเชิญญาติสนิทมิตรสหายมาร่วมงาน เพื่อรับเงินอวยพรสักหน่อย
การแต่งงานอย่างจี้หยาง ที่ไม่บอกญาติหรือเพื่อนสักคนแบบนี้ พบเห็นได้น้อยมาก
เว้นเสียแต่จะไม่ไปมาหาสู่กันแล้ว
เพราะอย่างนั้น พอได้ยินจี้หยางบอกว่าแต่งงานแล้ว ทุกคนจึงพากันงุนงง
ยกเว้นคนที่ไปบ้านตระกูลจี้เมื่อเช้าและรู้เรื่องมาบ้าง
“พี่ มาแล้วเหรอ!”
งานแต่งครั้งนี้ ครอบครัวเจียงจื้อหย่วนเตรียมโต๊ะไว้สองโต๊ะที่ภัตตาคารของรัฐ แต่คนที่มาร่วมงานมีมากเกินไปจนที่นั่งไม่พอ จึงต้องจัดโต๊ะเพิ่มอีกหนึ่งโต๊ะเป็นการด่วน
ก่อนหน้านี้ จี้ม่าน เจียงจื้อหย่วน รวมถึงพ่อจี้กับแม่เลี้ยงจี้ ต่างคอยทักทายแขกอยู่ที่โต๊ะฝ่ายชาย แม่เลี้ยงจี้แสดงท่าทีเป็นแม่ผู้เปี่ยมเมตตา จับมือแม่สามีของจี้ม่านพลางพูดจาไม่หยุด ทุกคำล้วนกล่าวชมจี้ม่าน ราวกับกลัวว่าลูกสาวจะถูกกลั่นแกล้งแม้แต่น้อยหลังแต่งเข้าบ้านนี้
พอหางตาของจี้ม่านเหลือบเห็นจี้หยาง เธอก็รีบดึงเจียงจื้อหย่วนเดินตรงเข้ามาหา ใบหน้ามีรอยยิ้ม ทว่าเพียงเปิดปากก็แฝงเจตนาหาเรื่อง
“พี่ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน ฉันคิดถึงพี่จะแย่ ตั้งแต่แต่งงาน พี่ก็ไม่กลับบ้านอีกเลย งานใหญ่ขนาดฉันออกเรือน พี่ก็ยังไม่รีบกลับมา ก่อนหน้านี้ฉันอุตส่าห์ไปเชิญพี่ถึงบ้านด้วยตัวเองแท้ ๆ เฮ้อ…หรือฉันทำอะไรไม่ดีจนไม่ทันสังเกต แล้วทำให้พี่โกรธหรือเปล่า?”
คำพูดนี้ฟังเผิน ๆ เหมือนห่วงใย แต่ไม่ว่าต้นหรือท้ายก็ล้วนกล่าวหาว่าจี้หยางไร้น้ำใจ พอแต่งงานแล้วก็ได้ใจ ไม่ยอมกลับบ้านเดิมอีก
