งานเลี้ยงเริ่มราวสิบเอ็ดโมง ตอนนี้แขกมากันครบแล้ว อาหารเริ่มทยอยขึ้นโต๊ะ ถึงเวลาที่ทุกคนควรนั่งประจำที่ แต่ความเคลื่อนไหวทางนี้กลับดึงดูดความสนใจของคนไม่น้อย การชอบมุงดูเรื่องชาวบ้านเป็นสัญชาตญาณที่ฝังอยู่ในสายเลือดของคนจีนมาตั้งแต่เกิด อย่างไรเสีย ใครจะไม่ชอบเรื่องครึกครื้นบ้างล่ะ
ตัวเอกของเหตุการณ์อย่างจี้หยาง จี้ม่าน และเจียงจื้อหย่วนยืนอยู่ตรงนั้น ต่างคนต่างมีความคิดของตัวเอง สีหน้าแตกต่างกันไป
ดวงตาของจี้หยางแดงก่ำ เธอก้มหน้าเงียบ
จี้ม่านหน้าตาบึ้งตึง กัดฟันกรอด
ส่วนเจียงจื้อหย่วนมองจี้หยางอยู่หลายครั้ง แววตาคล้ายมีทั้งความรู้สึกผิดและความห่วงใยที่พูดไม่ถูกปะปนอยู่
เจียงเหย่สังเกตเห็นสายตาของเจียงจื้อหย่วน กำลังจะเอ่ยปาก แต่จี้หยางกลับดึงเขาเบา ๆ
เธอส่งสายตาให้เขาเป็นเชิงว่า ‘รอดูสิว่าพวกเขาจะกัดกันเองไหม’
เจียงเหย่เริ่มหงุดหงิด ยื่นมือมาบีบเอวจี้หยางเบา ๆ
ร่างของจี้หยางแข็งทื่อ เธอข่มใจไม่ขยับ เอวเธอเป็นจุดจั๊กจี้นะพี่ชาย!
ส่วนอีกสองคนนั้นก็ไม่ทำให้จี้หยางผิดหวัง พวกเขาทะเลาะกันจนได้
“พี่จื้อหย่วน วันนี้เป็นวันมงคลที่เราสองคนแต่งงานกันแท้ ๆ แต่พี่กลับไม่ช่วยฉัน กลับไปพูดเข้าข้างจี้หยาง พี่หมายความว่ายังไง หรือว่าพี่...”
...ชอบเธอเข้าแล้ว
จี้ม่านไม่ได้พูดคำที่เหลือออกมา แต่เธอรู้ว่าเจียงจื้อหย่วนเข้าใจ
“อย่าพูดเหลวไหลสิ ม่านม่าน ผมแค่คิดว่าคำพูดเมื่อกี้ของคุณเกินไปหน่อย ถึงได้ห้ามไว้ ไม่ได้ตั้งใจช่วยจี้หยางเลยสักนิด คุณก็พูดเองว่าวันนี้เป็นวันแต่งงานของเรา ต่อไปเราก็เป็นสามีภรรยากันแล้ว ผมต้องเข้าข้างคุณอยู่แล้ว”
