ทว่าทุกคนกลับไม่มีใครส่งเสียง ต่างได้แต่มองเธอเงียบ ๆ
“เซี่ยเซี่ย เธอ...” กู้เจียเหรินลังเลครู่หนึ่ง ก่อนเดินเข้าไปคล้องแขนสวี่ฉางเซี่ยเบา ๆ
“พี่เย่าเกิดเรื่องใช่ไหม” ไม่รอให้กู้เจียเหรินพูดอะไร สวี่ฉางเซี่ยก็เอ่ยถามตรง ๆ
เธอตาแดงก่ำจ้องเขม็งไปที่เฉินเยี่ยนชวน รอคำตอบจากเขา
“อาเย่าหายสาบสูญ” ผ่านไปครู่ใหญ่ เฉินเยี่ยนชวนก็เอ่ยความจริงออกมา
รายชื่อผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้ว กับรายชื่อผู้สูญหาย ไม่ได้อยู่ปะปนกัน
อันที่จริงเจียงเย่าหายตัวไปตั้งแต่หลายวันก่อน จนกระทั่งสงครามยุติก็ยังไร้วี่แวว จึงถูกขึ้นบัญชีผู้สูญหาย เฉินเยี่ยนชวนเพิ่งได้รับข่าวเมื่อวานนี้
การหายสาบสูญ แท้จริงก็หมายถึงการพลีชีพแล้ว ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทหารกล้าบางนายในรายชื่อผู้สูญหายถูกตามหาศพพบอย่างต่อเนื่อง เหลือเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้นที่ยังไร้ร่องรอย เจียงเย่าเป็นหนึ่งในนั้น
ทันทีที่ได้ยินคำว่า “หายสาบสูญ” สวี่ฉางเซี่ยก็รู้สึกเหมือนโลกดับวูบ
เธอรู้สึกเพียงท้องน้อยถ่วงดิ่งลงมา หัวใจเหมือนถูกฉีกกระชาก ร่างกายพลันหมดเรี่ยวแรงราวกับถูกรีดไอพลังออกไป เธอซวนเซ ก่อนจะล้มฟุบไปข้างหลัง
...
สามวันต่อมา เมืองหังโจว
เขตทหาร
“สหายสวี่น้อย ศพทั้งสามอยู่ด้านในแล้ว ต้องรบกวนคุณเข้าไปดูด้วย” ผู้บัญชาการเขตทหารเมืองหางโจวมองสวี่ฉางเซี่ยซึ่งเบื้องหน้าดูราวกับสายลมเพียงวูบก็อาจพัดเธอล้มลงได้ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาด้วยความเวทนา
บนร่างของสวี่ฉางเซี่ยยังคงสวมชุดคนไข้อยู่
ทันทีที่ข่าวการส่งศพทั้งสามมาที่เมืองหางโจวแจ้งไปถึงสกุลสวี่ สวี่ฉางเซี่ยก็รีบมาจากโรงพยาบาลทันที
