บทที่ 22 เธอเชื่อคำพูดตัวเองหรือเปล่า?
“พี่สะใภ้ใหญ่ปลอดภัยดีจริง ๆ ดีจังเลยค่ะ” เจียงเหยียนเดินเข้าไปจับมือซูอวี่ถง พลางพูดอย่างดีใจ
“พี่สะใภ้ใหญ่ ถ้าพี่ใหญ่รู้ว่าพี่ปลอดภัย เขาต้องดีใจมากแน่ ๆ ฉันพาพี่ไปหาพี่ใหญ่ดีกว่าค่ะ”
ซูอวี่ถงรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่เจียงเหยียนต้อนรับเธออย่างกระตือรือร้นขนาดนี้
เธอเดินตามเจียงเหยียนไปโดยไม่รู้ตัว
ลู่เฉิงโจวอุ้มตงตงขึ้นมา แล้วเดินตามไปพร้อมกับฉินอ้าวเสวี่ยผู้เป็นแม่
เมื่อมาถึงห้องนอนของลู่เฉิงเหล่ย ฉินอ้าวเสวี่ยก็ส่งสัญญาณให้คนรับใช้ชายที่เฝ้าอยู่ด้านในออกไปก่อน
เจียงเหยียนจูงซูอวี่ถงไปหาลู่เฉิงเหล่ย แล้วโน้มตัวลงพูดกับเขาว่า
“พี่ใหญ่ ฉันพาคนที่พี่รักมาแล้วนะ เมื่อคืนเฉิงโจวบอกตำรวจจนช่วยพี่สะใภ้ใหญ่ออกมาได้ ต่อจากนี้ครอบครัวสามคนของพี่ก็ไม่ต้องแยกจากกันอีกแล้ว พยายามหน่อยนะ รีบฟื้นขึ้นมาเร็ว ๆ ล่ะ”
หลังเจียงเหยียนพูดจบ มือของลู่เฉิงเหล่ยก็ขยับขึ้นมาเล็กน้อย
ฉินอ้าวเสวี่ยตื่นเต้นจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ “เฉิงเหล่ยได้ยินแล้ว เขาได้ยินแล้ว! เร็วเข้า อวี่ถง พูดกับเฉิงเหล่ยสิ เขาได้ยินนะ”
ซูอวี่ถงไม่รู้จะพูดอะไรดีอยู่ชั่วขณะ ทั้งยังตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก
“พี่สะใภ้ใหญ่ ไม่ต้องเกร็งนะ พูดอะไรก็ได้เลย” เจียงเหยียนปลอบเธอ
ซูอวี่ถงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “คุณชายลู่ สวัสดีค่ะ ฉันเอง ฉันอยากขอโทษคุณ ที่ปิดบังคุณแล้วแอบคลอดลูกชายของเรา ฉันตั้งชื่อเล่นให้เขาว่าตงตง เพราะเขาเกิดในช่วงที่หนาวที่สุดของฤดูหนาวค่ะ”
“แต่ฉันขอโทษจริง ๆ ที่ปกป้องตงตงไว้ไม่ได้ ทำให้เขาถูกแม่กับพี่สาวฉันรังแกและทำร้าย ฉันมันไร้ความสามารถเกินไป สู้พวกเธอสองคนไม่ไหว ฉันไม่รู้เลยว่าพี่สาวจะสวมรอยเป็นฉัน แล้วพาตงตงมาที่บ้านคุณเพื่ออ้างว่าเป็นญาติกัน”
