“ผู้นำเผ่าคนเฒ่า ท่านอยากฟังความจริงหรือคำโกหก?”
เจียงหยางเข้าใจความหมายในคำพูดของผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์งูดี
คงแค่อยากถามว่าเขาคิดอย่างไรกับเผ่าพันธุ์งู
เขาไม่รู้ว่าทำไมผู้เฒ่าถึงจู่ ๆ ก็ถามเรื่องนี้
แต่เพื่อความรอบคอบ เขาควรลองหยั่งเชิงผู้เฒ่าคนนี้ดูก่อน
ผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์งูตอบอย่างอ่อนโยนว่า “อายุมากถึงเพียงนี้แล้ว ย่อมต้องฟังความจริง”
“แต่ความจริงฟังแล้วไม่รื่นหูนะ!”
เจียงหยางประคองผู้เฒ่ามาถึงหน้าแท่นสูง ก่อนปล่อยมือจากแขนของเขา ให้ผู้เฒ่าขึ้นไปพูดด้วยตนเอง
“ผู้เฒ่าฟังเรื่องไม่รื่นหูมาทั้งชีวิตแล้ว เจ้าว่ามาเถอะ” ผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์งูมองเจียงหยางอย่างสนใจ
“ก็คือเผ่าพันธุ์ง่าอ่อนแอมาก อ่อนแอจนอีกไม่นานก็จะสูญสิ้นเผ่า!”
เจียงหยางกล่าวอย่างจริงจัง ทว่าน้ำเสียงพลันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
“แน่นอน นั่นคือก่อนที่ข้าจะปรากฏตัวขึ้น ส่วนตอนนี้น่ะหรือ...” เจียงหยางมองเหล่าเผ่าพันธุ์งูที่ยืนอยู่ไม่ไกล “ขอเพียงใช้ความรู้ที่ข้าถ่ายทอดให้พวกเขาให้เป็น การครองป่าแห่งนี้ก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น!”
เจียงหยางกล่าวอย่างมั่นใจยิ่ง
เผ่าพันธุ์งูเองก็แข็งแกร่งมากพออยู่แล้ว ยิ่งมีสิ่งที่เขาสอนให้เผ่าพันธุ์งูเข้าไปอีก เรียกได้ว่าเหนือชั้นเกินไปมาก
หากไม่ใช่เพราะมีคนจำนวนน้อย ตอนนี้เผ่าพันธุ์งูก็คงเป็นเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดในป่าสิงห์เสือแล้ว
ผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์งูไม่ได้โกรธเมื่อได้ยินคำพูดของเจียงหยาง
ความเปลี่ยนแปลงที่เจียงหยางนำมาสู่เผ่าพันธุ์งูในช่วงหลายวันนี้ เขาล้วนเห็นอยู่กับตา
แทบทุกเรื่องล้วนเป็นเรื่องใหญ่ ทำให้เขามองเห็นความหวังที่เผ่าพันธุ์งูจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง!
เขาเป็นทั้งประจักษ์พยานยามเผ่าพันธุ์งูรุ่งเรือง และเป็นผู้เฝ้าสุสานของยุคนั้น
มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าเมื่อเผ่าพันธุ์งูแข็งแกร่งนั้นเกรียงไกรเพียงใด ภายในเผ่ามีสมาชิกหลายร้อยคน ใต้บังคับบัญชามีเผ่าเล็กเผ่าใหญ่สิบกว่าเผ่า ต่อให้เป็นเผ่าหูเสือที่แข็งแกร่งที่สุดในป่าแห่งนี้ ก็ยังไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะถือรองเท้าให้พวกเขา
