เจียงหยางก้าวออกจากกระโจมด้วยสีหน้าสดชื่นเบิกบาน ด้านหลังมีไช่ที่ใบหน้าแดงระเรื่อตามออกมา
ทั้งสองมิได้หยุดอยู่นาน เดินตรงไปยังเหล่าเผ่าหูจิ้งจอกที่รออยู่กลางค่าย
“คนทั้งสิบอยู่ที่นี่แล้ว เจียงหยาง ข้ามีข้อเรียกร้องเพียงข้อเดียว เจ้าต้องรับประกันความปลอดภัยของพวกเขาให้ได้!” ฮูซูซูกล่าวอย่างจริงจัง
เมื่อเห็นเผ่าหูจิ้งจอกทั้งสิบ ซึ่งมีทั้งชายและหญิง เจียงหยางก็พึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
ฮูซูซูมิได้นำคนแก่หรือคนอ่อนแอมาให้เขา ทุกคนล้วนเป็นเผ่าหูจิ้งจอกวัยฉกรรจ์ เป็นแรงงานชั้นดีทั้งสิ้น
“เรื่องนี้เจ้าวางใจได้ งานที่พวกเขาต้องทำง่ายมาก แค่ขุดดินกับไปตัดไม้เท่านั้น”
เมื่อได้ยินว่าเป็นงานเหล่านี้ ฮูซูซูก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
นางนึกว่าเจียงหยางจะให้คนในเผ่าไปทำงานอันตรายเสียอีก
เมื่อคืนนี้นางคิดเตรียมทางหนีทีไล่ไว้แล้ว
หากอันตรายเกินไปจริง ๆ นางก็มีแต่ต้องพาคนในเผ่าจากไป
จากนั้นค่อยหาวิธีอื่น สืบหาความเป็นมาของเผ่าพันธุ์งู รวมถึงความลับเรื่องหินแร่เกลือและสิ่งอื่น ๆ
“ได้ เช่นนั้นข้าขอมอบคนเหล่านี้ให้เจ้าจัดการ”
เจียงหยางมิได้เกรงใจ เขาเดินเข้าไปกล่าวถ้อยคำตามมารยาทสองสามประโยค จากนั้นก็สั่งให้มู่พาเผ่าหูจิ้งจอกหกคนไปขุดดินเหนียวริมแม่น้ำแล้วขนกลับมา ส่วนอีกสี่คนให้ไปหาก้อนหินและกิ่งไม้ท่อนใหญ่
สิ่งเหล่านี้ล้วนจำเป็นสำหรับการสร้างเตาทรงโดมในภายหลัง
เขาวางแผนจะสร้างเตาทรงโดมสองเตา แต่ละเตาเผาหม้อดินเผาได้ครั้งละแปดถึงเก้าใบ
อย่างไรเสีย ในสังคมยุคดึกดำบรรพ์ ต่อให้ฝีมือเผาหม้อดินเผาดีเพียงใด เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมอันขาดแคลน การเผาแต่ละครั้งก็ย่อมมีของเสียหายบ้าง ดังนั้นเผาให้ได้มากหน่อยย่อมไม่ผิด
