ทางเหนือของป่าสิงห์เสือ ภายในหุบเขาแห่งหนึ่ง
เมฆหมอกที่ปกคลุมอยู่เบื้องบนสลายไป แสงอาทิตย์สาดส่องลงในหุบเขา ขับไล่ไอชื้นในป่า และนำแสงสว่างกับชีวิตชีวามาสู่ป่าทึบอันมืดครึ้มแห่งนี้
ขณะนั้นชายเผ่าหูเสือผู้หนึ่งกำลังเดินอยู่ในป่า คิ้วขมวดแน่น เขาได้ยินเสียงไออย่างรุนแรงดังมาจากรอบด้านเป็นระยะ หรือไม่ก็เห็นคนในเผ่าเดินผ่านไปพร้อมกุมท้อง เขาจึงอดเร่งฝีเท้าไม่ได้
ไม่นานนัก ชายหนุ่มเผ่าหูเสือก็มาถึงหน้าถ้ำแห่งหนึ่ง ก่อนก้าวเข้าไปข้างใน
ภายในถ้ำมืดสลัวและชื้นแฉะอย่างยิ่ง ผนังถ้ำมีมอสเขียวขจีขึ้นปกคลุม ทั้งยังมองเห็นหยดน้ำเล็ก ๆ เกาะอยู่ตามผนัง
ใต้แสงไฟที่ส่องสว่าง หูเสือเห็นชายวัยกลางคนกำลังจัดแจงหนังสัตว์ที่สวมอยู่ภายในถ้ำ
ชายวัยกลางคนมีหูเสือสีขาวคู่หนึ่งเช่นเดียวกับเขา ร่างสูงใหญ่กำยำ ใบหน้าหยาบกร้านมีริ้วรอยจากการผ่านโลกมามากมาย ทว่ากลับให้ความรู้สึกสุขุมและน่าเกรงขามโดยไม่รู้ตัว
“อาปา มีคนในเผ่าอีกหลายคนตัวร้อนและปวดท้อง”
“ข้ารู้แล้ว ให้คนก่อไฟแล้วผิงไฟให้พวกเขา พอจะช่วยให้สบายขึ้นได้ก็ทำไปก่อน แค่ก ๆ...”
“อาปา เหตุใดท่านถึงถูกคำสาปไปด้วยเล่า” ไป๋เหอเอ่ยอย่างเป็นห่วง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไป๋ซานก็หันไปมองบุตรชายอย่างไม่สบอารมณ์
“คำสาปอะไรกัน นี่คืออาการเจ็บป่วย อย่าพูดจาเหลวไหล”
“แต่สถานที่แห่งนี้ช่างประหลาดจริง ๆ พวกเรามาถึงได้ไม่นานก็ท้องเสียบ้าง ไอจนเป็นไข้ร้อนบ้าง แถมคนในเผ่าที่เป็นเช่นนี้ยังมีมากขึ้นเรื่อย ๆ” ไป๋เหอกล่าวเสียงเนือย
