เจียงหยางมิได้รีบร้อนตอบรับสิ่งใด
แม้เขาจะปรารถนาอย่างยิ่งที่จะรวมเผ่าเพราะขาดแคลนกำลังคน แต่ก็จะไม่ตัดสินใจอย่างผลีผลามจนทำให้ผลประโยชน์ของเผ่าพันธุ์งูเสียหาย
“ประการแรก หลังจากสองเผ่ารวมกันแล้ว ห้ามเรียกว่าเผ่าพันธุ์งูอีกต่อไป”
“ประการที่สอง พวกเราต้องการความเป็นธรรม หวังว่าเจ้าจะปฏิบัติต่อพวกเราหูเสือเช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อเผ่าพันธุ์งู ห้ามลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใดเด็ดขาด หากเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น พวกเรามีสิทธิ์ออกจากเผ่า”
“ประการที่สาม พวกเราจะเชื่อฟังคำสั่งของเจ้า แต่เผ่าหูเสือต้องคงตำแหน่งประมุขเผ่าไว้ ให้ประมุขเป็นผู้จัดการเรื่องภายในเผ่า เพื่อช่วงชิงผลประโยชน์ให้พวกเราหูเสือด้วย”
น้ำเสียงของไป๋ซานราบเรียบยิ่ง ใบหน้าหยาบกร้านมีริ้วรอยของเขามองเจียงหยางอย่างสงบนิ่งมาโดยตลอด
เมื่อได้ยินเงื่อนไขข้อที่สาม มุมปากเจียงหยางก็เผยรอยยิ้ม อดทอดถอนใจไม่ได้ว่าตาเฒ่าก็คือตาเฒ่าจริง ๆ
ถึงขั้นนี้แล้วยังคิดจะเล่นกลยืมไก่ของผู้อื่นมะไข่กับเขาอีก
“เจ้าหัวเราะอะไร?”
แม้สายตาจะเริ่มพร่าเลือน แต่ไป๋ซานก็ยังเห็นว่าเจียงหยางยิ้มหลังฟังเงื่อนไขของตนจบ
เขาคิดว่าเงื่อนไขที่ตนเสนอไปล้วนสมเหตุสมผล มิได้มากเกินไป
โดยเฉพาะข้อสาม พวกเขาเข้าร่วมเผ่าพันธุ์งูก็จริง แต่ไม่อาจต้องฟังคำสั่งของเผ่าพันธุ์งูทุกเรื่องได้ พวกเขาเองก็ต้องมีสิทธิ์มีเสียง และต้องเหลือทางถอยให้ตนเองด้วย
“ไม่ได้หัวเราะอะไร” เจียงหยางเอ่ยเสียงแผ่ว “สองข้อแรกในสามเงื่อนไข ข้ายอมรับ”
“ส่วนตำแหน่งประมุขเผ่าคงไว้ได้ แต่จะให้ประมุขจัดการเรื่องภายในเผ่าของพวกเจ้านั้นเป็นไปไม่ได้ หากเป็นเช่นนั้น มิสู้เรียกว่าร่วมมือกันเสียยังจะเหมาะกว่าเรียกว่ารวมเผ่า”
