“เจียงหยาง ธนูกับลูกศรช่างร้ายกาจนัก ให้ข้าสักคันได้หรือไม่?”
หญิงหูเสือได้เห็นอานุภาพของธนูกับตาตนเอง จึงวิ่งมาขอธนูจากเจียงหยาง
บัดนี้ในหัวของนางมีแต่ภาพตนเองง้างธนูพาดลูกศร ยิงเหยื่อได้จากระยะร้อยก้าวอย่างองอาจ
“ให้สิ ย่อมให้แน่นอน!”
“ฮิ ๆ! ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าดีกับข้าที่สุด!”
ไป๋หลิงกอดแขนเจียงหยางด้วยสองมือ ทั้งโยกไปมาอย่างตื่นเต้น ทั้งออดอ้อนเขา
เจียงหยางฉวยโอกาสลูบแมวตัวใหญ่ไปพลาง ย่างเนื้อไปพลาง
แน่นอนอยู่แล้ว!
ถ้าไม่ทำเช่นนี้ จะรั้งเจ้าไว้ได้อย่างไร แล้วจะหลอกพ่อเฒ่าของเจ้ามาได้อย่างไร?
“อืมฮึ!”
หญิงหูเสือครางในลำคออย่างสบายใจ ปลายจมูกขยับเบา ๆ เมื่อได้กลิ่นหอมเผ็ดของเนื้อย่างที่ลอยมาในอากาศ สายตาพลันจับจ้องเนื้อย่างข้างกองไฟ
“เนื้อย่างหอมจัง ข้า...ข้ากินได้หรือไม่?”
ไป๋หลิงมองเจียงหยางด้วยดวงตากลมโตฉ่ำน้ำ ทว่ากลับได้ยินเสียงแค่นเย็นชาจากหลิน
“อยากกินก็ย่างเอง เจียงหยางย่างเนื้อให้ข้าคนเดียว!”
หลินที่มองเจียงหยางกับหญิงหูเสือหยอกเย้ากันอยู่ข้าง ๆ เดิมทีก็ไม่สบอารมณ์อยู่แล้ว แต่คิดว่าเจียงหยางเป็นบุรุษฉลาดและเก่งกาจ จะมีสตรีมากมายชื่นชอบก็เป็นเรื่องปกติ
แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกลับคิดจะกินเนื้อย่างของนาง ไม่มีทางเสียหรอก!
เห็นหญิงสาวสองคนทะเลาะกันเรื่องเนื้อย่าง เจียงหยางก็รีบออกมาไกล่เกลี่ย
“หลิน ไป๋หลิงเพิ่งเข้าร่วมเผ่าพันธุ์งู กินเนื้อย่างสักหน่อยจะเป็นไรไป” เจียงหยางกลัวหลินจะไม่พอใจ จึงเลิกคิ้วยิ้มแล้วกล่าวว่า “เด็กดี คืนนี้ข้าค่อยชดเชยให้เจ้า!”
“เจ้า...เจ้า...”
แก้มของหลินแดงขึ้นให้เห็นชัดต่อหน้าต่อตา
เจียงหยางเจ้าชู้ไม่สนสายตาผู้ใด ยื่นมือโอบเอวหลินต่อหน้าทุกคน แล้วจูบแก้มนาง
