เมื่อลมหายใจสุดท้ายของจามรีขาดห้วงลง
มู่กับฉางเหวยลงไปในหลุมดักสัตว์ แล้วใช้เถาวัลย์เหนียวทนทานมัดร่างจามรีไว้หลายจุด
เมื่อทั้งสองขึ้นมา เจียงหยางก็ได้ประจักษ์ถึงพละกำลังอันแข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์งูอีกครั้ง
วัวยักษ์ป่าหนักนับพันชั่ง ถูกคนไม่กี่คนช่วยกันดึงขึ้นมาจากหลุมลึกสามเมตรได้อย่างง่ายดาย
“ว้าว! เจ้าตัวใหญ่นี่พอให้เผ่าของเรากินได้ตั้งสิบกว่าวัน!”
“ไม่ใช่แค่นั้น อย่างน้อยก็ยี่สิบวัน!”
“ไม่รู้ว่ารสชาติจะเป็นอย่างไรนะ?”
“......”
พอจามรีถูกลากขึ้นมา ชาวเผ่าพันธุ์งูก็พากันล้อมเข้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตรงนี้แตะที ตรงนั้นคลำที พลางวิจารณ์จามรีที่ตายไปแล้วกันต่าง ๆ นานา
มองจามรีที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ใบหน้าเคร่งเครียดของเจียงหยางก็คลายลง
แม้วันนี้จะมีเมฆหมอกแห่งความกังวลปกคลุมพวกเขาอยู่ตลอด แต่สุดท้ายก็ล่าจามรีได้สำเร็จ
ยิ่งไปกว่านั้น ยังล่าได้โดยไม่ต้องเสียคนแม้แต่คนเดียว ไม่มีใครบาดเจ็บ และไม่มีใครต้องเข้าไปต่อสู้กับจามรีซึ่งหน้า
นี่คือเรื่องที่ทำให้เขาดีใจที่สุด
ตามที่เขาคาดไว้ ต่อให้จามรีตกลงไปในหลุมดักที่พวกเขาขุดไว้ได้สำเร็จ ชาวเผ่าพันธุ์งูก็ยังต้องเข้าไปฆ่ามันอยู่ดี
เพราะจามรีตัวยักษ์ที่สูงสองเมตรเมื่อยืนขึ้น และมีลำตัวยาวกว่าสามเมตร แม้ตกลงไปในหลุมดักก็ยังดิ้นรนต่อสู้ได้
แต่ไม่คาดคิดว่าไม้แหลมเพียงท่อนเดียวจะเสียบทะลุร่างจามรี ทำให้มันหมดแรงต่อต้านอย่างรวดเร็ว
สรุปแล้วก็มีโชคช่วยอยู่บ้าง
แต่โชคก็เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ และผลลัพธ์ที่ได้ก็ดียิ่งนัก!
เพราะตั้งแต่เมื่อครู่ เขาก็เห็นแล้วว่าสายตาที่สมาชิกทั้งห้าคนในทีมล่าสัตว์มองเขานั้นเปลี่ยนไป
