“ไป๋หลิง ข้าจำได้ว่าพวกเจ้าหูเสือเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในป่าสิงห์เสือ เหตุใดจึงยอมผนวกเข้ากับเผ่าพันธุ์งูเล่า”
หยางซามองไป๋หลิงที่กำลังเช็ดเลือดให้ตน ทั้งยังเปลี่ยนกระโปรงหนังสัตว์ให้ นางปฏิบัติต่อตนราวกับเป็นสหาย จึงเอ่ยถามข้อสงสัยในใจ
ไป๋หลิงได้ยินดังนั้น ประกอบกับยามค่ำคืนมาเยือนและไม่มีธุระอันใด นางจึงนั่งลงเล่าเรื่องราวของเผ่าพันธุ์และสิ่งที่ตนประสบให้หยางซาฟัง
“พ่อมดผู้นี้ชั่วช้าเหลือเกิน!”
หยางซาฟังเรื่องราวจากปากไป๋หลิงแล้วก็อดด่าหูลี่ไม่ได้
“พวกเจ้าทำถูกแล้ว พ่อมดเช่นนี้สมควรถูกฆ่า!”
เมื่อได้ยินว่าหูลี่ชอบแย่งชิงสตรีของผู้อื่น ทั้งยังชอบล่วงเกินพวกนางต่อหน้าคนรัก
หยางซาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ พ่อมดที่ทำให้ผู้อื่นอับอายถึงเพียงนี้ ไม่ว่าใครก็ต้องฆ่ามัน!
“พี่ซา อย่าโกรธนักเลย ระวังจะกระทบถึงแผลที่เท้า”
ไป๋หลิงเห็นหยางซาตบหญ้าแห้งบนพื้นอย่างแรง จนร่างกายสั่นไหวตามไปด้วย จึงอดเอ่ยเตือนไม่ได้
พี่สาวคนนี้ช่างเป็นคนตรงไปตรงมาเหลือเกิน
“จะไม่ให้โกรธได้อย่างไร หากข้าเจอคนเช่นนี้ ข้าจะแทงมันให้ตายด้วยมีดเพียงครั้งเดียว!”
หยางซาที่กำลังนอนอยู่ทำท่าราวกับแทงศัตรู ร่างกายพลอยสั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง
ไป๋หลิงจนปัญญา ได้แต่ยิ้มแล้วกล่าวว่า
“ที่จริงก็ไม่เป็นไร หากหูลี่ไม่ก่อเรื่องชั่วร้าย พวกเราก็คงไม่ได้พบพ่อมดในวันนี้!”
“เจียงหยางดีถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ไม่กลัวหรือว่าเขาจะชั่วร้ายยิ่งกว่าหูลี่”
หยางซามองน้องสาวตรงหน้าที่มุมปากแทบยกไปถึงหลังใบหู แล้วอดหยอกเย้าไม่ได้
“ไม่หรอก พ่อมดไม่ใช่คนเช่นนั้น เขาเป็นคนดีมาก”
ไป๋หลิงกลัวว่าหยางซาจะไม่เชื่อ จึงอธิบายต่อ
“พี่ลองดูพ่อมดสิ ทั้งเป็นมิตร ทั้งฉลาด ทั้งยังเต็มใจสอนความรู้ให้ผู้อื่น ใต้หล้านี้ไม่มีใครดีเทียบเขาได้!”
