ผลของการปราบปรามครั้งใหญ่ในวันที่ 2 กรกฎาคมนั้นเบาบางลงกว่าวันแรกอยู่มาก
ก็ไม่ใช่ความผิดใคร วันก่อนหน้ากองตำรวจก่วงอันเหมินกวาดล้างกันยกใหญ่ตลอดทั้งวัน กวาดเอาสิ่งผิดกฎหมายในเขตและนอกเขตแทบไม่เหลือ
ข่าวแพร่ออกไป พวกอาชญากรหัวไวก็รีบหนีหัวซุกหัวซุนกันตั้งแต่เมื่อคืน
บ่อนปิด ร้านของเถื่อนขึ้นบานประตู พวกอันธพาลที่รับใช้พวกญี่ปุ่นก็พากันหดหัวเข้าซอกดิน
แต่หนีพระได้ หนีวัดไม่พ้น
หวังซื่ออี้สอบสวนพวกนักเลงและพวกทรยศชาติที่จับมาได้เมื่อวานทั้งคืน แงะปากได้หลายปาก สืบสาวราวเรื่องจนบุกทลายที่ซ่อนไปสามแห่ง
ของกลางประเภทสินค้าจำนวนมากได้มาไม่น้อย แต่พวกทองเงินเครื่องประดับกลับได้มาน้อย
ก็แน่อยู่แล้ว ทองเงินเครื่องประดับของเล็กพกง่าย พวกที่หนีไปย่อมต้องพกติดตัวกันไปหมด
หวังซื่ออี้ถือสมุดบัญชีเดินเข้ามารายงาน ยังเก้อเขินอยู่บ้าง
“ผู้อำนวยการ วันนี้เก็บหยวนใหญ่ได้รวม ๆ ก็แค่พันสี่ห้าร้อยหยวน บวกกับของจุกจิกอีกหน่อย ก็ราว ๆ สามพันกว่าหยวน แต่พวกข้าวสาร ผ้า น้ำมันก๊าดพวกนี้ได้มาไม่น้อย คิดเป็นเงินก็เป็นหมื่น ๆ …”
จริง ๆ แล้วของที่ได้มาคุ้มค่าที่สุดคือพวกหน้าร้านที่ถูกอายัด แต่เสียดายที่พวกญี่ปุ่นกำลังจะมา ไม่เช่นนั้นแค่หน้าร้านพวกนั้นก็ขายได้เป็นแสนหยวน
ลู่ฉือโบกมือ
“ปกติ วันแรกกินเนื้อ วันที่สองกินน้ำแกง พื้นที่แถวก่วงอันเหมินมีน้ำมันอยู่เท่านี้แหละ เอาของทั้งหมดไปลงทะเบียนเก็บเข้าคลัง ที่เหลือฉันจัดการเอง”
คืนวันนั้นเอง
ในห้องทำงานผู้อำนวยการสถานีตำรวจ ประตูหน้าต่างปิดมิดชิด ม่านดึงสนิท
ลู่ฉือนำของที่ได้วันนี้บวกกับเงินที่เก็บสะสมไว้ก่อนหน้านี้ มาทำการสุ่มสิบครั้งติดต่อกันอีกครั้ง
