เมคาของเว่ยสวินบินหนีไปแล้ว
คนจากสถาบันร่วมไซ่หานยังคงตามหาตัวคนร้ายกันอยู่
ติงเว่ยเหมิงตบแผงควบคุมดังป้าบ “ใครกัน? ใครมันใจดำขนาดนี้? ขนก้อนพลังงานไปหมดก็ว่าแย่แล้ว ยังทุบอุปกรณ์เก็บคะแนนจนพังอีก! ชั่วช้าสามานย์จริง ๆ!”
ติงเว่ยเหนียนก็โมโหไม่น้อย “พวกเราเหนื่อยแทบตาย กว่าจะสู้สามต่อหนึ่งจนได้ของพัง ๆ พวกนี้มา แล้วสรุปใครเป็นคนทำกันแน่?”
“ต้องเป็นฝีมือคนจากสถาบันจักรวรรดิแน่ ๆ! ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะทิ้งสถานีพลังงานแล้วหนีไปทำไม? แถมยังถึงเวลาปั๊มคะแนนแล้วด้วย!” เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ พูดอย่างเดือดดาล
“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับสถาบันจักรวรรดิของพวกเรา? เป็นฝีมือบรรพบุรุษต่างหาก! คนจากสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งน่ะ!” เจิ้งจื่อเฟิงที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังผลักประตูห้องบังคับเมคาออกมา
“เป็นไปไม่ได้! ซูฉีอู๋บอกแล้วว่าเมื่อมีพวกสถาบันจักรวรรดิอยู่ที่นี่ ก็ไม่มีใครเข้าไปได้ทั้งนั้น!” เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งจากสถาบันร่วมไซ่หานเชื่อมั่นในความเก่งกาจของสถาบันจักรวรรดิอย่างเต็มเปี่ยม
เสียงพูดดังมาจากเมคาที่ล้มแผ่อยู่เครื่องหนึ่งของวิทยาลัยอังโกลัวด้วย
“สถาบันจักรวรรดิน่าสงสัย! พวกเราวิทยาลัยอังโกลัวเฝ้าดูอยู่ไกล ๆ มาตลอด ตั้งแต่ต้นจนจบก็เห็นแค่คนจากสามสถาบันของพวกคุณโผล่มา! คนจากสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งจะมาได้ก็เฉพาะตอนพวกเราร่วมวงตะลุมบอนเท่านั้น!”
มีคนให้ระบายอารมณ์อยู่ตรงหน้า ติงเว่ยเหมิงจึงหันไปด่าเจิ้งจื่อเฟิงทันที “คนจากสถาบันจักรวรรดิของพวกแกนี่มันชั่วช้าจริง ๆ!”
เจิ้งจื่อเฟิงคำราม “ให้ตายสิ! นั่นบรรพบุรุษต่างหาก! ฉันคือบรรพบุรุษของพวกเจ้า!”
