จวงเยว่เจ๋อขยี้ตา พึมพำว่า “พอรวยแล้ว แม้แต่ท่าเดินยังดูไม่เหมือนเดิมเลย! รอพวกเราด้วยสิ!”
หลี่เสวี่ยโม่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ถกแขนเสื้อแล้วเดินตามไปทันที
เธอก็อยากรวยเหมือนกัน จะได้เดินทีลมพัดวูบ แถมมีแสงวิบวับด้วย!
............
ภายในสนามฝึก นักศึกษากลุ่มหนึ่งที่จับคู่แข่งไม่ทันต่างรีบรุดไปยังเวทีประลองที่สองจากซ้าย แถวที่สอง
“เร็วเข้า ๆ! โจวสุยโพสต์ในเว็บบอร์ดแล้วว่าเขาจับคู่กับเสิ่นเจาหยุ่นได้!”
“พวกเขาอยู่ที่เวทีประลองหมายเลขสิบ!”
“โจวสุยประกาศว่าจะช่วยจงเจิ้งหงทวงศักดิ์ศรีคืน!”
“เสิ่นเจาหยุ่นนี่ทำคนเขาโกรธกันทั้งสนามจริง ๆ จับคู่ทีไรก็ได้คนที่อยู่ในรายชื่อท้าประลองทั้งนั้น”
“ฉินเลี่ยยังถามเลยว่าเสิ่นเจาหยุ่นจะได้สู้กับกลุ่มรุ่นพี่ปีสามเมื่อไหร่ เขารอจนแทบหมดความอดทนแล้ว”
......
ขณะนั้น เสิ่นเจาหยุ่นนั่งอยู่ในเมคาสีเงินดำแดงเขียวบนเวทีหมายเลขสิบ กำลังตอบข้อความช่างฟาง
[ฟางเยว่: เซนเซอร์ขนาดเล็ก 80 ชนิดนี่ ฉันต้องถอดมันออกมาทั้งหมด แล้ววัดข้อมูลส่งให้เธอเหรอ?]
มือซ้ายของเสิ่นเจาหยุ่นเคาะที่วางแขนเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน ส่วนมือขวาเลื่อนหน้าจอสมองกลไปเรื่อย ๆ
[เสิ่นเจาหยุ่น: ใช่! วัด 80 ชนิดนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันออกแบบเพิ่มอีกสักสองสามแบบ แล้วค่อยเอามาเทียบกันทีเดียว]
[ฟางเยว่: อ๊ากกก... เธอมันปีศาจชัด ๆ! ก่อนหน้านี้ให้ฉันช่วยวัดวัสดุ ตอนนี้ยังจะให้ช่วยจัดการเซนเซอร์อีก ฉันจะโดนเธอทรมานจนตายแล้ว!]
ตัวอักษรของฟางเยว่ปิดบังความเดือดดาลไว้ไม่มิด
มือที่เคาะที่วางแขนของเสิ่นเจาหยุ่นชะงักไป
เห็นไหมล่ะ เธอบอกแล้วว่าเธอขาดคน...
ต้องรีบประคองฟางเยว่ไว้ให้ดี ไม่อย่างนั้นเธอกลัวว่าช่างฟางจะวางมือไม่ทำงานเอา
[เสิ่นเจาหยุ่น: อดทนอีกสักพักนะ ฉันรับรองว่าอีกไม่นานจะมีคนมาช่วยแบ่งงาน]
ฟางเยว่ผ่านไปสิบกว่าวินาทีถึงตอบกลับมา
[ฟางเยว่: หึ ๆ... ซื้อเซนเซอร์มาเยอะขนาดนั้น เงินในบัญชีบริษัทไม่พอแล้ว โอนมาให้ฉันก่อน 1,000 ล้าน]
พอเสิ่นเจาหยุ่นเห็นยอดหนึ่งพันล้าน คิ้วก็ขมวดขึ้นอีกครั้ง
เห็นไหมล่ะ เธอบอกแล้วว่าเธอจน!
อย่ามองแค่ว่าตอนนี้เธอหาเงินได้เยอะ ที่จริงเธอก็ใช้เงินเยอะกว่า
