รุ่นพี่ปีสี่คนนั้นพูดเสียงหงอยว่า “จงเจิ้งหงรวยมากนะ ไม่แน่ว่าจะสนใจแผงเล็ก ๆ อย่างพวกเราหรอก”
“เมคาของเขาจ้างช่างผลิตเมคาระดับสูงมาดัดแปลงทั้งนั้น” ไต้หนิงหนิงก้มหน้า ดึงชายเสื้อเล่น “ฝีมือพวกเรายังห่างชั้นกันมาก”
เสิ่นเจาหยุ่นทนเห็นพวกเธอหมดกำลังใจแบบนี้ไม่ไหว
เธอตบโต๊ะดังปัง “เขาไปหาใครซ่อมเมคา ครึ่งเดือนก็ยังรวบรวมอะไหล่ไม่ครบ เขามีเงิน ส่วนพวกเธอมีความเร็ว! ดีลนี้เขาหนีไม่พ้นหรอก”
รุ่นพี่ปีสี่อุทานอย่างตกใจ “เมคาของเขาพังหนักขนาดไหนกัน ถึงกับต้องใช้เวลาครึ่งเดือนรวบรวมอะไหล่ให้ครบ?”
ไต้หนิงหนิงหยิบตัวล็อกเมคาที่เสิ่นเจาหยุ่นวางไว้บนโต๊ะเมื่อครู่ออกมาทันที
พอเทอะไหล่ข้างในออกมา ทุกคนก็สูดปากเฮือกอีกครั้งอย่างอดไม่ได้
นี่มันไม่ใช่แค่พังหนักแล้ว เห็นชัด ๆ ว่าถอดเมคาทั้งเครื่องออกมาเลยต่างหาก
อย่าว่าแต่ครึ่งเดือนเลย ต่อให้เป็นเดือนก็อาจรวบรวมอะไหล่ข้างในให้ครบไม่ได้
มิน่าล่ะเสิ่นเจาหยุ่นถึงบอกว่าดีลนี้ต้องเป็นพวกเธอเท่านั้น
“รุ่นพี่เจียงหนิง พวกเราลุยกันเถอะ!” ไต้หนิงหนิงกำหมัดสองข้าง สีหน้าตื่นเต้นพลางมองรุ่นพี่ปีสี่ที่อยู่ข้าง ๆ
รุ่นพี่คนนี้ก็คือเจียงหนิงนั่นเอง
เจียงหนิงพยักหน้ารัว ๆ เช่นกัน
มีอะไหล่พวกนี้อยู่ในมือ จงเจิ้งหงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากมาหาพวกเธอ
เสิ่นเจาหยุ่นพยักหน้าอย่างพอใจ “งั้นของพวกนั้นฝากไว้ที่นี่นะ”
“แล้วอะไหล่เมคาของเถาซินล่ะ?” ตอนนี้เจียงหนิงมองเสิ่นเจาหยุ่นราวกับมองเทพเจ้าแห่งโชคลาภ
เสิ่นเจาหยุ่นกำลังจะบอกให้รอก่อน แต่เสียงของหลี่เสวี่ยโม่ก็ดังมาจากไม่ไกลพอดี
“เงิน! เงินอยู่ไหน?”
หลี่เสวี่ยโม่ยืนกวาดตามองไปทั่วตรงทางเข้า
เสิ่นเจาหยุ่นได้ยินแล้วมุมปากก็กระตุกขึ้นมา
นี่กำลังหาเงินหรือหาคนกันแน่?
เธอเดินออกจากกลุ่มคน โบกมือเรียกหลี่เสวี่ยโม่ “อยู่นี่ไง! มีรุ่นพี่อยากซื้ออะไหล่เมคาของเถาซิน”
ดวงตาหลี่เสวี่ยโม่เป็นประกาย ก่อนพุ่งเข้ามาราวกับพายุหมุน
“อะไหล่เมคาลงขายได้แค่ในตลาดมือสองไม่ใช่เหรอ?” จวงเยว่เจ๋อที่เดินตามออกมาถามอย่างสงสัย
