ทันใดนั้นก็มีคนพูดขึ้นว่า “ฉันไม่ไปดูไอดอลแข่งแล้ว! เดี๋ยวฉันจะไปดูว่าไอ้ฉันนี่แหละบรรพบุรุษแกนั่น มันจะถูกคนอื่นซัดจนฟันร่วงยังไง!”
“ไป ฉันก็จะไปดูเหมือนกัน! ไม่เคยเจอนักแข่งที่ชวนให้อยากกระทืบขนาดนี้มาก่อน” บางคนก็พูดอย่างดุดันแล้วเดินตามไป
ยังมีคนโบกมือเรียกเพื่อน “พวกเราไปซื้อน้ำเพิ่มอีกสองขวด เดี๋ยวค่อยเอาไปปาใส่มันอีกรอบ”
......
จวงเยว่เจ๋อและคนอื่นๆ หันไปมองผู้ชมส่วนใหญ่ที่กำลังเดือดดาล แล้วก็ค่อยๆ หันหัวกลับมาเงียบๆ
ผ่านไปครู่หนึ่ง จูหยวนเหยาก็พูดขึ้นว่า “หรือว่า... พวกเราอย่าให้เสี่ยวอวิ๋นแข่งวันนี้เลยดีไหม? พวกนายก็เห็น มีคนตั้งใจรอดูการแข่งของเธอเพื่อจะด่าเยอะขนาดนั้น”
จวงเยว่เจ๋อเขย่าจอสมองกลในมือ “ฉันเพิ่งบอกเธอไปว่ามีคนรอดูเธออยู่ มีกลุ่มใหญ่กำลังด่าเธอ ถ้าจะพักก่อนก็ได้ วันนี้ไม่ต้องแข่งก็ได้
เธอบอกว่ามีคนรอดูยิ่งดี จะด่ายังไงก็ช่าง ตีคือรัก ด่าคือห่วง คนที่ด่าเธอล้วนแต่รักเธอ!“
จูหยวนเหยากับติงเฉิงยวี่มุมปากกระตุกพร้อมกัน
ต้องยอมรับว่าเสิ่นเจาหยุ่นนี่ใจใหญ่นัก
คนปกติก็กลัวที่จะทำให้ผู้ชมไม่พอใจ ต้องพยายามเอาใจทั้งนั้น แต่เธอกลับไม่ยี่หระเลย
จวงเยว่เจ๋อยังพูดต่อ “เธอบอกว่ายิ่งคนอื่นด่าเธอแรงเท่าไหร่ เธอยิ่งตื่นเต้น! เธอชอบที่สุดเวลาคนอยากจะฆ่าเธอให้ตาย แต่ก็ทำอะไรเธอไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อส่วนแบ่งค่าบัตรพวกนั้นเธอได้ตั้งสิบเปอร์เซ็นต์...”
