ติงฉีซิวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ที่เสิ่นเจาหยุ่นถามเขา ไม่ใช่ผลแพ้ชนะของการแข่งขันรอบนี้ แต่เป็นเรื่องแพ้ชนะที่พวกเขาถกเถียงกันตั้งแต่แรก
เขามองจอขนาดใหญ่ในเมคา แล้วตกอยู่ในภวังค์ความคิด
ขณะที่ติงฉีซิวกำลังครุ่นคิด เสิ่นเจาหยุ่นก็มองนักเรียนด้านล่างผ่านม่านควัน พลางนึกถึงเรื่องหนึ่งที่ผ่านมานานแสนนาน
เธอ เซี่ยวั่นฉิน ฉื่อฉิน หลินจินกวง และเฉียนลี่เฉิง เคยไปทำภารกิจในพื้นที่ค่อนข้างล้าหลังแห่งหนึ่งบนดาวซางซา
ดาวซางซาเน้นทำเกษตรกรรมเป็นหลัก ช่วงนี้พบสัตว์ประหลาด จึงต้องส่งกองกำลังไปกำจัดโดยเร็ว
เซี่ยวั่นฉินกับหลินจินกวงออกไปสืบหาสถานการณ์และตามหารังของสัตว์ประหลาด พอกลับมาก็โมโหจนควันออกหู
เสิ่นเจาหยุ่นยังคงวาดแบบและวิเคราะห์แผนที่ภูมิประเทศของพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ
ส่วนเฉียนลี่เฉิงกับฉื่อฉินไม่รู้กำลังทำอะไรอยู่ ทั้งคู่ซุบซิบวางแผนกันตลอดเช้า แถมยังหากระดาษสีทองพิมพ์ลายแวววาวมาปึกใหญ่
หลินจินกวงตบโต๊ะบ่น “สืบอะไรไม่ได้เลย! พวกเจ้าของฟาร์มปากแข็งกันทุกคน ส่วนชาวไร่ก็เอาแต่พูดว่าทุกสิ่งเป็นพรจากเทพแห่งผืนดิน เทพแห่งผืนดินไม่ประสงค์ให้ใครไปรบกวน”
“พอเราถามเรื่องอื่น พวกเขาก็เทศนาคำสอนใส่ พอถามเรื่องสัตว์ประหลาด แต่ละคนก็รีบปิดประตูใส่หน้า” เซี่ยวั่นฉินพิงกรอบประตูพลางนวดขมับ “อุตส่าห์รับปากเบื้องบนไว้ว่าทำภารกิจนี้สำเร็จแล้วจะได้รางวัลระดับ Sแท้ ๆ”
เสิ่นเจาหยุ่นวางเอกสารลง แล้วหันไปมองคุณหนูเซี่ย
เธอเข้าใจดีว่าคุณหนูเซี่ยกลุ้มใจแค่ไหน เพราะเมื่อวานเธอก็เจอสถานการณ์แบบเดียวกัน
ดังนั้นเธอจึงเปลี่ยนแผน ลงมือทำเองถึงจะอิ่มท้อง หาข้อมูลเอง ตามหารังสัตว์ประหลาดเอง
