“นี่นายกำลังเล่นบ้าอะไรอยู่?” ฉินเลี่ยขนลุกซู่ขึ้นมาทันที
ไม่เคยมีใครทำให้เขาประหม่าได้ขนาดนี้มาก่อน
“พวกนายมีทางเลือกแค่สองทาง ยอมแพ้ตอนนี้ หรือจะสู้ต่อ!”
เสิ่นเจาหยุ่นเคาะแผงควบคุมด้วยมือขวาอย่างสบายอารมณ์
แขนของเมคาสีเงินดำแดงเขียวขยับไปมาอย่างไม่ใส่ใจ มันหมุนดาบยาวในฝ่ามือจนเกิดลวดลายดาบต่อเนื่อง แสงดาบวูบไหวให้เห็นเลือนรางท่ามกลางกลุ่มควัน ราวกับกำลังยั่วโมโหอีกฝ่าย
“พวกนั้นไม่ได้โง่สักหน่อย ต่อให้มีระเบิดควันก็ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้เสียเมื่อไร” ติงฉีซิวคิดว่าเสิ่นเจาหยุ่นดูถูกคนอื่นเกินไปแล้ว
“พวกเขาไม่โง่ก็จริง แต่ฉันก็ไม่ได้โง่นะ” เสิ่นเจาหยุ่นหัวเราะพลางส่ายหน้า
ควันกระจายตัวเร็วมาก เพียงพริบตาเดียว ภายในโล่แสงก็เหลือให้เห็นแต่กลุ่มควันสีเหลืองอมเทา
อย่างอื่นมองไม่เห็นเลย
เมคาบนเวทีหยุดยิงพร้อมกัน!
นักเรียนด้านล่างพลันโกลาหลขึ้นมาทันที
“อ๊ากกก... ศึกทีมดุเดือดขนาดนี้ ทำไมไม่ให้พวกเราดูล่ะ มองไม่เห็นอะไรเลย ฟังอย่างเดียวจะรู้เรื่องได้ยังไง!” นักเรียนที่อยู่ด้านหลังพากันบ่นไม่หยุด
นักเรียนแถวหน้าสุดแนบตาทั้งสองข้างเข้ากับโล่แสง “ระเบิดควันใช้กันแบบนี้เหรอ? ฉันมองอะไรไม่เห็นแล้ว”
“แล้วแบบนี้จะสู้ยังไง? เซนเซอร์ของเมคาจับได้ไหมว่าใครเป็นใคร? ถ้าแยกไม่ออก ทุกคนก็ต้องสู้แบบหนึ่งต่อสามจริง ๆ น่ะสิ” นักเรียนคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ วิเคราะห์
หลานเวยอวี่ที่ไม่รู้ว่าลงมาอยู่ข้างสนามตั้งแต่เมื่อไรเอ่ยว่า “เมคาของฉินเลี่ยเป็นระดับ S ติดตั้งเครื่องเก็บข้อมูลไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ไม่กระทบการแข่งขันรอบต่อไปหรอก”
