“ลิลี่ หุบปาก!” จ้าวจงอวี่ตะคอกจบก็หันไปทางนักข่าว “ยังเหลือการแข่งขันอีกสองรอบ ตำแหน่งแชมป์ยังต้องชิงกันต่อ รอบแรกสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งอาศัยความได้เปรียบด้านข้อมูลจนคว้าชัยไปอย่างโชคดี แต่รอบสองไม่แน่หรอก!”
ผู้ชมที่อยู่ข้าง ๆ พากันโห่ร้องทันที ราวกับเป็นกองเชียร์รับจ้างที่สถาบันจักรวรรดิจ้างมา
“จ้าวจงอวี่ สุดยอดไปเลย! รอบหน้าฉันก็จะพนันให้พวกคุณชนะอีก ต้องสะสางบัญชีกับสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งให้ได้!”
“รอฟังประโยคนี้อยู่เลย รอบหน้าต้องตั้งรับให้แน่น อย่าให้พลาดเด็ดขาด!”
......
เสิ่นเจาหยุ่นกะพริบตาปริบ ๆ ดูท่าคนจากสถาบันจักรวรรดิจะเริ่มทบทวนการแข่งขันกันตั้งแต่บนยานอวกาศขากลับแล้ว
จากนั้นภาพก็ตัดไปยังช่วงสัมภาษณ์ของสถาบันร่วมไซ่หาน
“ขอถามหัวหน้าทีมติงเว่ยเหนียนหน่อยครับ สำหรับคำวิจารณ์ในอินเทอร์เน็ตที่ว่าพวกคุณเป็นพวกกระเป๋าหนักแต่สมองกลวง ใช้เงินซื้ออันดับที่ถูกกำหนดไว้แล้ว และอีกหลายคำพูด คุณคิดอย่างไรบ้างครับ?”
ไม่รู้ว่าเพราะมุมกล้องต่างกันหรือด้วยเหตุผลอะไร สีหน้าของติงเว่ยเหนียนกับติงเว่ยเหมิงที่อยู่ข้าง ๆ ดูคล้ำยิ่งกว่าจ้าวจงอวี่คนก่อนเสียอีก
อาจารย์คนหนึ่งยื่นมือเข้ามาห้าม “เราไม่รับสัมภาษณ์นักข่าว!”
ผู้ชมที่อยู่ข้าง ๆ ตะโกนถาม “ไม่รับสัมภาษณ์นักข่าว แล้วรับคำถามจากคนดูไหมล่ะ? เงินส่วนที่ยังค้างสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งอยู่ จะจ่ายหรือเปล่า?”
ผู้ชมอีกคนหัวเราะ “ฮ่า ๆ ๆ... ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าพอติงเว่ยเหนียนรู้ความจริงแล้ว ยังยอมจ่ายเงินที่เหลือให้ครบไหม”
ผู้ชมคนหนึ่งหัวเราะเยาะอย่างไม่เกรงใจ “ถ้าอย่างนั้นก็เท่ากับยืนยันเต็ม ๆ เลยสิว่าเป็นพวกกระเป๋าหนักแต่สมองกลวง! อาจารย์ของสถาบันร่วมไซ่หานไม่ด่าพวกคุณหรือไง?”
