ลู่ทิงหลานยอมใจเสิ่นเจาหยุ่นจริง ๆ
บอกว่าติงเว่ยเหมิงไม่ซื่อสัตย์ แล้วใครจะสู้คนไม่ซื่อสัตย์อย่างเธอได้ล่ะ
แต่พอเห็นสภาพน่าอนาถของซูฉีอู๋ที่ติงเว่ยเหมิงพูดถึง ลู่ทิงหลานก็อดสะใจอยู่ในใจไม่ได้
คนที่ทำให้สถาบันจักรวรรดิตกอยู่ในสภาพนี้ก็คือวิทยาลัยสหพันธ์ศักดิ์สิทธิ์น้ำค้างแข็งของพวกเธอ! แค่คิดถึงเหล่าอาจารย์ที่ดูการแข่งขันอยู่ข้างนอกว่าจะชมพวกเธอเสียเลิศเลอขนาดไหน ลู่ทิงหลานก็แทบจินตนาการไม่ออกแล้ว!
ลู่ทิงหลานเก็บจอสมองกลกลับไปอย่างอารมณ์ดี “แล้วต่อไปเธอจะทำอะไร?”
เสิ่นเจาหยุ่นยกมุมปาก ยื่นมือมาตบไหล่เธออย่างเกียจคร้าน “ทิงหลาน วางใจเถอะ ฉันรับปากเธอแล้วว่าจะทำภารกิจแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไปก่อนช่วงสองสามวันแรก แล้วค่อยไปจับผิดคนอื่นทีหลัง”
ลู่ทิงหลานได้ยินเธอเรียกแบบนั้นแล้วขนลุก ยิ่งพูดแบบนี้ก็ยิ่งทำให้กังวล
เธออดแขวะไม่ได้ “จ้ะ ๆ เธอทำภารกิจแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ก็จริง แต่ภารกิจที่ทำมันเป็นของคนอื่นนี่นา!”
“เธอก็แค่ตอบมาว่าทำหรือเปล่าก็พอ!” เสิ่นเจาหยุ่นลุกขึ้น สวมรองเท้าแตะคีบลายตัวเอชอันเป็นของขึ้นชื่อท้องถิ่นที่ซื้อมาในราคา 9.9 เหรียญดารา หาวไปพลางเดินไปหาหลี่เสวี่ยโม่ไปพลาง
เธอโต้รุ่งทำงานมาทั้งคืน ตอนนี้เริ่มง่วงแล้ว
แต่พวกที่ปาระเบิดกลิ่นเหม็นกลับดูคึกคักกันเหลือเกิน แต่ละคนราวกับฉีดยากระตุ้นมา
ฝูงแมงกะพรุนชี้ทางในทะเล พอเจอพวกเขาก็เหมือนเจอศัตรูคู่อาฆาต พากันกะพริบร่มว่ายหนีกระเจิดกระเจิงไปทั่ว
ไม่กี่วินาทีต่อมา พวกมันก็หายไปจากน่านน้ำผืนนี้จนหมด
“ไปทางนั้น... ตรงนั้นยังมีอีกห้าตัว ต้องจับให้ได้ว่าทุกตัวไม่มีคู่!” โจวป๋ออันหักพวงมาลัย ยังคิดจะไล่ตามแมงกะพรุนชี้ทางทางขวาที่ว่ายช้ากว่าตัวอื่นอยู่หนึ่งนาที
