“แต่เมคาระดับ A ของซูไหลเท่อเครื่องหนึ่งราคาตั้งยี่สิบล้านเหรียญดารา ต่อให้พวกเราอดมื้อกินมื้อทุกวัน ก็ต้องทำงานตั้งยี่สิบปีกว่าจะซื้อได้สักเครื่อง! เมคาระดับต่ำก็สู้ในการแข่งขันนั้นไม่ได้ สู้ขุดแร่ไปตามเดิมยังดีกว่า”
ชายร่างใหญ่ข้าง ๆ ลูบหัวเกลี้ยงเกลาของตัวเอง
อากาศบนดาวจินซาร้อนระอุ แถมทรัพยากรน้ำยังขาดแคลน คนงานเหมืองที่คลุกคลีอยู่ในเหมืองมานานจึงชอบโกนหัวโล้นกัน
หัวโล้นเย็นสบาย แถมสระผมก็ไม่เปลืองน้ำ แค่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดทีเดียวก็เรียบร้อย!
พอชายร่างใหญ่พูดจบ สีหน้าของคนอื่น ๆ ก็หม่นลงอีกครั้ง
“ราคาเมคาของซูไหลเท่อขึ้นทุกปีเลย ช่างเถอะ ของแบบนี้คนธรรมดาอย่างพวกเราซื้อไม่ไหวหรอก” เจ๊หูถอนใจ
หลินชิงนับนิ้วช่วยพวกเขาคำนวณบัญชี
หาเงินได้วันละ 3,000 ฟังดูไม่น้อย แต่พอหักค่าน้ำ ค่าน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต ค่าที่พัก ส่วนแบ่งของหัวหน้าคนงาน ค่าปรับจากหน่วยตรวจสอบ... หักโน่นหักนี่แล้ว วันหนึ่งเหลือเก็บสัก 1,000 ก็ถือว่าดีแล้ว
เก็บเดือนละ 30,000 ปีหนึ่งก็ 300,000 ส่วนยี่สิบล้านน่ะหรือ? ต้องใช้เวลากว่าหกสิบปี
คนพวกนี้ยอมขุดเหมืองเถื่อนยังไม่ยอมออกจากดาวจินซา แล้วจะให้พวกเขาเก็บเงินหกสิบปีเพื่อให้ลูกได้ขับเมคา...
เป็นทางตันอีกแล้ว!
“เฮ้อ!” เซี่ยซิงอวี่ล้วงกระเป๋าตัวเองเป็นครั้งแรกที่ตระหนักถึงมูลค่าของเงินค่าขนมรายเดือน
เงินค่าขนมหนึ่งเดือนของเธอ มีค่าพอให้คนพวกนี้ทำงานแบบไม่กินไม่นอนถึงแปดสิบปี
มีเพียงหลี่เสวี่ยโม่ที่ยังคงสงบนิ่ง ชีวิตก็ไม่เคยง่ายอยู่แล้ว
ที่เธอพยายามเก็บเงินแทบตาย ก็เพื่อให้เด็ก ๆ ในสถานสงเคราะห์มีทางเลือกที่ดีกว่าไม่ใช่หรือ?
