เสิ่นเจาหยุ่นถอนหายใจ ดูท่าว่าพึ่งพาแค่ประสิทธิภาพของเมคาคงสู้ฝ่ายนั้นไม่ได้แล้ว
ไม่แปลกใจเลยที่ภายหลังจะพัฒนาเมคาประเภทเบาขึ้นมา ความได้เปรียบด้านความเร็วของเมคาเบานี่เด่นชัดจริง ๆ
พอทวนนี้แทงออกไป คนดูก็อึ้งกันเป็นแถบ
“เป็นไปไม่ได้ ชิงเฟิงโดนเมคาระดับ Dเล่นงานเข้าแล้ว!” ผู้จัดการส่วนตัวของศิลาลมกระซิบยืนตะลึงกับภาพตรงหน้า กระทั่งกาแฟในมือหกใส่พรมก็ยังไม่สนใจ
ผู้ช่วยรีบพลิกสมุดโน้ต “หน้าหนึ่งร้อยสามสิบ วิธีรับมือกับกระแสวิจารณ์เวลาแฟนคลับโดนด่า; หน้าสองร้อย วิธีรับมือวิกฤตเวลาเปิดเผยเรื่องคบหา;
เจอแล้ว! ข้อสามร้อยเก้าสิบเก้า วิธีรับมือกระแสเวลาแพ้การแข่ง
อ๊ะ! ไม่ใช่ ผู้จัดการเฉิน คุณไม่เคยสอนแผนประชาสัมพันธ์ตอนชิงเฟิงแพ้เมคาระดับ Dให้ผมเลยนี่ครับ?”
ผู้จัดการคว้าหมอนอิงข้างตัวปาใส่ทันที “แกเห็นตรงไหนว่าชิงเฟิงแพ้แล้ว?”
“แต่ว่า ชิงเฟิงบอกตลอดว่าถ้าวันไหนความเนี้ยบของเขาพัง นั่นแหละคือวันที่เขาแพ้ เมื่อกี้ชิงเฟิงเกือบวิ่งหนีไม่ทันแล้วนะครับ!” ผู้ช่วยตัวน้อยเอียงคอสงสัย
ผู้จัดการทุบโต๊ะคำราม “ไปให้พ้น!”
ทางด้านล่างเวที กองเชียร์ของศิลาลมกระซิบกลับปวดใจจนทนไม่ไหว พากันตะโกนลั่น “ชิงเฟิง อัดเธอ! รีบอัดเธอเลย! อย่าไปยอมเธอ!”
“ปวดใจจะแย่! มั่วเอ๋อสุดเท่ของเราได้รับบาดเจ็บ!”
มั่วเอ๋อคือชื่อที่แฟนคลับใช้เรียกรถเมคาของศิลาลมกระซิบด้วยความเอ็นดู
“ปล่อยไอ้ฉันนี่แหละบรรพบุรุษแกนั่นไปไม่ได้ หล่อนกล้าทำกับนายแบบนี้ได้ยังไง!”
