ภายใต้ทักษะขับเมคาสุดสะเทือนฟ้าสะเทือนดินของเสิ่นเจาหยุ่น พวกเขาใช้เวลาแค่ 50 นาทีก็มาถึงบริเวณที่แมงกะพรุนอิ๋งหางอยู่
ผิวน้ำทะเลที่อยู่ไม่ไกลมีแสงสีเขียวอมฟ้าระยิบระยับเป็นจุด ๆ ราวกับหิ่งห้อยที่ลอยไปตามสายลม แสงเหล่านั้นไหวระลอกไปมาตามคลื่นน้ำ
หลี่เสวี่ยโม่ยืนมองไปยังที่ไกล ๆ บนก้อนหิน แสงระยิบระยับคล้ายหิ่งห้อยเหล่านั้นล้วนเป็นแมงกะพรุนอิ๋งหาง
ที่มาของชื่อเป็นแบบนี้นี่เอง!
โจวป๋ออันกับลู่ทิงหลาน คนหนึ่งนั่งยอง ๆ บนโขดหินพลางนวดขมับ อีกคนนอนฟุบอยู่บนโขดหิน หอบหายใจอย่างหนัก
หลินชิงที่เพิ่งถูกเขย่าจนตื่น มีสภาพดีที่สุดในบรรดาพวกเขา
เขายืนอยู่บนก้อนหิน มองฝูงแมงกะพรุนที่ส่องแสงราวกับหิ่งห้อยอยู่ไกลออกไปในทะเล
เขาถามอย่างสงสัยว่า “ไม่มีสารรบกวน แล้วจะล่อแมงกะพรุนฝูงนี้ให้ไปทางอื่นได้ยังไง?”
เสิ่นเจาหยุ่นหยิบเมคาของตัวเองออกมา เตรียมดำน้ำลงไปทำงาน
“จริง ๆ แล้วแมงกะพรุนอิ๋งหางควรเรียกว่าแมงกะพรุนชี้ทางมากกว่า พวกมันไม่มีความสามารถพิเศษอะไร แต่ในตัวมีสาหร่ายแมลงชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ร่วมกัน ซึ่งเป็นอาหารที่สัตว์ประหลาดชอบ”
เสิ่นเจาหยุ่นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อว่า “แมงกะพรุนชี้ทางจะอพยพตามเส้นทางประจำในช่วงเวลาที่กำหนดของทุกปี ระหว่างอพยพก็จะมีสัตว์ประหลาดมารวมตัวกันเป็นฝูง ดาวซังซา 2 เลยต้องจัดคนมาใช้สารรบกวนย้ายฝูงแมงกะพรุนไปที่อื่น หรือก็คือย้ายฝูงสัตว์ประหลาดไปด้วย จะได้ไม่กระทบเส้นทางเดินเรือตามปกติ”
สีหน้าลู่ทิงหลานเปลี่ยนไป เขามองลึกเข้าไปในทะเล “แปลว่าที่นี่อาจมีฝูงสัตว์ประหลาดอยู่ด้วยเหรอ?”
