เหล่าเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ด้านหลังลู่ทิงหลานมองท้องฟ้าที มองทะเลที แล้วก็หันไปมองเว่ยสวินพร้อมกัน
สองคนนี้จะเริ่มทะเลาะกันอีกแล้วใช่ไหม?
“ฉันบอกตั้งนานแล้วให้เปิดระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ แต่เธอดันบอกว่ารู้สึกแปลก ๆ แล้วยืนกรานจะขับเอง!”
เว่ยสวินไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง พอได้จังหวะก็สวนกลับทันที
“ฉันก็ขับตามระบบนำทางบนเรือยนต์แล้วไง! ฉันบอกแล้วว่ารุ่นเขาแดงมันไม่ได้เรื่อง ใครซื้อเรือยนต์เขาแดงต้องซวยไปสามชาติ น่าจะซื้อรุ่นเขาทองต่างหาก!” ลู่ทิงหลานชี้ไปยังแผงหน้าปัดตรงที่นั่งคนขับ
เธอรู้สึกว่ามันชวนขนหัวลุก เหมือนมีใครวางแผนเล่นงานอยู่
แถมคนที่รับช่วงเก็บกวาดปัญหานี้ดันเป็นเธอเอง สุดท้ายก็ยังจัดการไม่เรียบร้อย ตอนนี้เลยต้องมารับสายตาเหยียดหยามจากเว่ยสวิน
“นี่มันปัญหาที่เรือยนต์หรือไง? ตอนนี้เวลาทำภารกิจเลื่อนออกไปอีกแล้วนะ! ป่านนี้วิทยาลัยสหพันธ์ไซ่หานอาจทำภารกิจที่สองไปแล้วก็ได้!” เว่ยสวินกลอกตาใส่ลู่ทิงหลาน
“พูดถึงภารกิจ แล้วใครกันล่ะที่จับได้ภารกิจซ่อมหอส่งสัญญาณท่าเรือตะวันตก?” ลู่ทิงหลานเท้าเอว
“พวกเธอสองคนหยุดเถียงกันก่อน สัญญาณจอสมองกลก็มีปัญหาแล้ว” เฟิงเหยากุมขมับ มองทั้งสองคนที่กลับมาทะเลาะกันอีกครั้งอย่างหมดแรง
ถ้าถามเขา สองคนนี้เถียงกันมาตลอดทางแล้ว ทำไมยังเถียงไม่หนำใจกันอีกนะ?
ตอนแรกลู่ทิงหลานคิดจะสวนกลับ แต่ก็รู้สึกผิดอยู่บ้าง จึงหันไปถามเฟิงเหยา “แล้วตอนนี้เราจะทำยังไง? เปลี่ยนทิศทางเหรอ? จะขับไปทางไหนดี?”
“ขึ้นเกาะไปดูก่อนเถอะ! อีกเดี๋ยวก็ไม่รู้ต้องลอยอยู่กลางทะเลอีกนานแค่ไหน” เฟิงเหยาถอนหายใจแล้วชี้ไปยังเกาะเล็ก ๆ ด้านหน้า
หลงทางแล้ว แถมยังไม่รู้ว่าจะหาเกาะที่มีหอส่งสัญญาณท่าเรือตะวันตกเจอเมื่อไร ขึ้นไปเติมพลังงานให้เรือยนต์ก่อนดีกว่า
