ทุกคนพร้อมใจกันหันไปมองเสิ่นเจาหยุ่น
“นี่ไม่ใช่ยานอวกาศของกองร้อย 302 ของเราหรือ?” เจ้าหน้าที่เทคนิคคนหนึ่งที่ยืนข้างถงอวี่เฉียวถามอย่างคลางแคลงใจ
ดวงตาของเฮ่ออวิ๋นปินเบิกกว้างทันที ก่อนจะหันไปมองหลี่หัวโล้นข้างกายด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
หลี่หัวโล้นตบมือฉาด
แย่แล้ว! เขานึกออกแล้ว!
เสิ่นเจาหยุ่นล้วงกระเป๋าไว้ มืออีกข้างเหยียบลงบนลังปิดผนึก ก่อนเอ่ยเสียงเอื่อยว่า “พวกคุณยอมรับแล้วใช่ไหมว่าฉันช่วยแก้ปัญหาเรื่องสัตว์ประหลาดสายพันธุ์ใหม่ให้?”
“อืม” ถงอวี่เฉียวพยักหน้าโดยไม่ลังเล
เฮ่ออวิ๋นปินสูดลมหายใจ แล้วค่อย ๆ ถอยหลังอย่างระแวดระวัง
“งั้นก็ต้องขายยานอวกาศให้ฉันสิ ตอนนั้นเขาเป็นคนพูดเองว่าจะยกยานให้ฉัน!” เสิ่นเจาหยุ่นชี้นิ้วไปยังเฮ่ออวิ๋นปินที่หนีไปแล้ว
ทุกคนในกองร้อย 302 หันไปมองพร้อมกัน
“จับเขาไว้!” ถงอวี่เฉียวสูดหายใจ ก่อนตะโกนลั่นอย่างเดือดดาล
เสิ่นเจาหยุ่นเดินไปหาคุณหวังตัวน้อย ตบไหล่เขาเบา ๆ “ไปสิ ไปเอายานอวกาศของฉันมาให้ได้”
ยานอวกาศของเธอ ห้องทดลองเคลื่อนที่ของเธอ อุปกรณ์และเครื่องมือระดับสูงที่กองทัพจัดหาให้เธอ...
“พี่หาน ผมคุยกับพี่ต่อไม่ได้แล้ว ถึงคิวผมออกโรง!” คุณหวังตัวน้อยเก็บจอสมองกลใส่กระเป๋า แล้วลูบรอยยับตรงปกเสื้อให้เรียบ
ขณะนั้นเฮ่ออวิ๋นปินก็ถูกคนอื่น ๆ ในกองร้อย 302 ซึ่งยังไม่รู้เรื่องราวจับตัวกลับมาได้
ห้านาทีต่อมา ถงอวี่เฉียวที่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้วก็ยกมือกุมหน้าผาก ถอนหายใจเฮือกใหญ่
