“การคว้าชัยในงานแข่งรวมหลายสถาบันสำคัญกับสถาบันมากหรือ?” เสิ่นเจาหยุ่นหันไปมองไป๋จิ้นซี
ไป๋จิ้นซีพยักหน้าอย่างจริงจัง “สำคัญมาก! ไม่ใช่แค่เกี่ยวข้องกับงบประมาณจัดสรรและการรับนักศึกษาใหม่ของสถาบัน แต่ยังเกี่ยวกับการจัดหาฐานฝึกงานให้นักศึกษาปีสี่อย่างพวกเธอด้วย”
“เข้าใจแล้ว” เสิ่นเจาหยุ่นพยักหน้าตาม
ในเมื่อสำคัญขนาดนี้ เธอก็จะสมัครเข้าร่วม
แต่ทำไมเธอจำได้ว่านักศึกษาปีหนึ่งไม่มีสิทธิ์เข้าแข่งขันล่ะ?
แถมทุกครั้งสถาบันก็เหมือนจะเป็นคนเลือกตัวแทนเองด้วย
เธอถามอย่างสงสัย “ตอนนี้สภาพร่างกายฉันแย่มาก คุณแน่ใจหรือว่าฉันจะสมัครผ่าน?”
“ปีนี้ไม่เหมือนเดิม ไม่ว่าเธอจะสมัครผ่านหรือไม่ ก็ถือเป็นโอกาสฝึกฝนทั้งนั้น เราต้องคว้าไว้ทุกโอกาส” ไป๋จิ้นซีกล่าวพลางยิ้ม
“ได้ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวมีเรียน” เสิ่นเจาหยุ่นเหลือบมองเวลาบนจอสมองกล
เธอโดดเรียนไปหนึ่งคาบแล้ว ส่วนคาบต่อไปเป็นวิชาของเหยียนจื่อกวง
เธอรับปากเซี่ยซิงอวี่แล้วว่าจะนั่งโต๊ะเดียวกันต่อ จะเบี้ยวนัดเซี่ยซิงอวี่ได้ยังไงล่ะ
ไป๋จิ้นซีกล่าว “ได้ เธอไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันคุยกับอธิการบดีเฮ่อ”
เสิ่นเจาหยุ่นเดินออกจากห้อง ยังไม่ทันเลี้ยว เธอก็ได้ยินเสียงเหอทั้วกำลังติดต่อสื่อสารกับใครบางคน
“ฉันเคยบอกแล้วว่าอย่าให้พวกเขาไปแตะเมคาระดับ SS!” น้ำเสียงของเหอทั้วเดือดดาลสุดขีด
เสิ่นเจาหยุ่นขมวดคิ้วเล็กน้อย
เมคาระดับ SSงั้นหรือ?
