เพียงแค่ตอนที่เธอต้องการศึกษาความรู้เกี่ยวกับเมคาที่เหนือกว่าระดับ S เธอค้นหาจนทั่วเน็ตก็ยังหาไม่เจอเลยสักนิด
ต่อมาฟางเยว่ถึงได้บอกเธอว่า ความรู้เมคาระดับ Sขึ้นไปต้องเรียนรู้กับปรมาจารย์เท่านั้น
และหากจะได้รับคำแนะนำจากปรมาจารย์ เด็กบ้านธรรมดามีทางเดียวคือตอนเรียนมหาวิทยาลัยต้องเข้าร่วมกลุ่มวิจัยเมคาขั้นสูงขององค์กรปรมาจารย์ในมหาวิทยาลัยให้ได้
ส่วนฟางเยว่เองก็เพราะตอนนั้นสอบเข้ากลุ่มวิจัยเมคาขั้นสูงไม่ได้ เลยต้องเบนเข็มมาเป็นช่างซ่อมเมคา
ฟางเยว่เล่าว่า ตอนนั้นเด็กที่ถูกกลุ่มวิจัยรับเข้าไปได้ มีเงินก็มีเส้นมีสาย
เขาไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ ระหว่างเรียนยื่นใบสมัครติดต่อกันสองปีก็ยังเข้าไม่ได้
หลังเรียนจบก็ยังไม่มีเส้นเข้าไปในสถาบันวิจัยของปรมาจารย์ สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ไป
เสิ่นเจาหยุ่นตกใจมาก เสียแรงที่เธอหมายมั่นจะตามให้ทันยุค เรียนความรู้เทคนิคใหม่ล่าสุดให้ไว ๆ
ตอนที่เมคาถือกำเนิดขึ้นมา ก็เป็นเพราะทุกคนช่วยกันวิจัยและเรียนรู้
เธอจำได้ว่าสมัยก่อนที่เธออยู่ในกลุ่มวิจัย มักจะบอกกับทุกคนเสมอว่าความรู้ต้องสืบทอด ต้องอาศัยให้ทุกคนช่วยกันค้นคว้า
ทุกคนเลยสร้างกระดานเสวนาบ้านเมคาขึ้นมา แล้วเอาผลการวิจัยของตัวเองมาลงไว้ในนั้น
เธอไม่ได้ต่อต้านการสร้างทรัพย์สินกำไรด้วยนวัตกรรมประดิษฐ์ใหม่ ๆ เพราะถ้าไร้ผลประโยชน์ก็ไร้แรงขับเคลื่อน
แต่คนบางกลุ่มผูกขาดเทคนิคล้ำยุคไว้ ขัดขวางการเติบโตของเทคโนโลยี
ไม่แปลกใจเลยที่ผ่านไปสามร้อยปี เมคาก็ไม่ได้เกิดนวัตกรรมเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ก็ไม่รู้ว่าเป็นคนไหนในลูกน้องของเธอที่เริ่มก่อแนวคิดแบบนี้ขึ้นมา มันผิดแผกไปสิ้น ผิดคำสอนของกลุ่ม
เสิ่นเจาหยุ่นส่ายหัวถอนใจ ต่อให้คิดมากตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์
รอให้อนาคตเธอมีเงินพอจะทำงานวิจัยขึ้นมาเมื่อไหร่ จะต้องสร้างสุดยอดเมคาออกมาสักเครื่อง ตบหน้าพวกปรมาจารย์ในสถาบันวิจัยดัง ๆ ให้สะใจ
