แววขบขันวาบผ่านดวงตาของเถาไป๋เซวียน เธอหยิบจอสมองกลขึ้นมาไล่เปิดห้องแชตทีละคน
“หลานเวยอวี่อยากได้เมคาที่เก่งที่สุดของจู่จง เพิ่มเงินก็ได้...”
“ฉินเลี่ยอยากได้คู่แฝดนิพพาน...”
“ติงฉีซิวบอกว่าแค่ดัดแปลงตามเมคาของเธอก็พอ”
“จ้าวหลิงบอกว่าไม่ต้องมีปีก ขอแค่เป็นเมคาชีวภาพก็ได้”
เสิ่นเจาหยุ่นหัวเราะทั้งที่โมโห เอนตัวไปด้านหลัง ประสานมือไว้หลังคอ “สรุปแล้วแต่ละคนก็อยากได้เมคาชีวภาพกันทั้งนั้นสินะ?”
“อื้ม!” เถาไป๋เซวียนยิ้มพลางพยักหน้า
เพื่อนร่วมชั้นพวกนี้ ต่อให้ถูกฝึกจนแทบกลายเป็นหมาทุกวัน ก็ยังต้องหาเรื่องคุยกับช่างผลิตเมคาสักสองสามคนให้ได้
ข้ออ้างสวยหรูคือ จะได้ช่วยให้ทุกคนใช้ประโยชน์จากความเข้าใจกันและกัน
เมื่อวานซืนหลานเวยอวี่เพิ่งเอาผลไม้มาฝาก เมื่อวานฉินเลี่ยก็เอาอาหารกลางวันมาให้ ต่อด้วยติงฉีซิวที่เหมามื้อเช้าวันนี้ให้พวกเธอ...
คนพวกนี้คอยถามอ้อม ๆ ถึงความคืบหน้าการดัดแปลงเมคา และความสามารถด้านการวิจัยของจู่จง
รับของเขามาแล้วก็เกรงใจ กินของเขาแล้วก็พูดไม่ออก...
สุดท้ายทหารเมคาเดี่ยวทุกคนก็อยากเปลี่ยนความต้องการเรื่องเมคากันหมด
“พวกเขารู้เรื่องการพัฒนาหินกลิ้งตัวนิ่มแล้วหรือยัง?” เสิ่นเจาหยุ่นเคาะที่วางแขนเก้าอี้เบา ๆ
“เรื่องนี้พวกเขายังไม่รู้ค่ะ” เถาไป๋เซวียนส่ายหน้า
“เรียกทุกคนมาสิ! มาดูกันว่ามีใครขับเมคาตัวนี้ได้บ้าง”
พูดจบเสิ่นเจาหยุ่นก็ลุกขึ้น เดินไปยังห้องประกอบเมคาหมายเลขเอหนึ่งของสถาบันวิจัย
