“ชักดาบ! ชักดาบ! ใครก็ได้มาช่วยกดมันไว้อีกคน เมคายมทูตนี่เด้งดึ๋งเกินไปแล้ว!” เสิ่นเจาหยุ่นฟันขาข้างหนึ่งของยมทูต ขาข้างนั้นเหมือนจะขาดก็ไม่ขาด
เธอลงมือผ่าตัดให้มันเอง ตัดขาทิ้งให้มันเลย!
เมคาของหลินชิงดึงมีดกากบาทออกมาแล้วโยนให้เสิ่นเจาหยุ่น ก่อนจะตะโกนว่า “ไม่ไหว ต้องผลักเมคาตัวนี้ให้ล้มกลิ้งเหมือนตุ๊กตาล้มลุก!”
โจวป๋ออันเตะเข้าไปตรงเอว “จะผลักให้เสียเวลาไปทำไม? ลากคนออกมาจากห้องนักบินเมคาเลยสิ!”
หลี่เสวี่ยโม่คว้าเซนเซอร์ได้อันหนึ่งพอดี “จะงัดห้องนักบินเมคาเหรอ? ฉันจัดการเอง!”
หลานเวยอวี่ไม่พูดสักคำ แต่ลงมือหนักที่สุด
เพราะเซี่ยไป๋คอยชี้แนะอยู่ข้าง ๆ ว่าชิ้นส่วนไหนถอดง่าย ชิ้นไหนสำคัญ แล้วชิ้นไหนราคาแพงจนเอาไปใส่เมคาของเธอได้
ดังนั้นระหว่างที่เสิ่นเจาหยุ่นกับคนอื่น ๆ ส่งเสียงโหวกเหวกกัน หลานเวยอวี่ก็ถอดชิ้นส่วนไปได้หลายชิ้นแล้ว แถมยังงัดแผ่นเกราะหน้าอกของเมคายมทูตออกมาได้ตั้งสองแผ่น
ลู่ทิงหลานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตะลึงจนตาค้าง “พวก...พวกเธอ...”
“พวกอะไรของนาย? รีบเข้ามาฟันมันสิ!” โจวป๋ออันหันกลับไปตะโกนใส่
เสิ่นเจาหยุ่นตะโกนตาม “ทิงหลาน ถ้าเป็นเพื่อนร่วมทีมก็ฟันมันสักที!”
ลู่ทิงหลานรีบบังคับเมคาให้เข้าไปใกล้ ยกดาบค้างไว้กลางอากาศ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง...
จะฟันตรงไหนดี? ถอดยังไงล่ะ?
ส่วนจ้าวจงอวี่ที่อยู่ในเมคายมทูต มองภาพบนจอขนาดใหญ่ในเมคาที่พลิกไปพลิกมาไม่หยุด
จากนั้นเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นไม่ขาดสาย
[โปรดระวัง! ขาซ้ายส่วนล่างไม่ตอบสนอง!]
[ส่วนหัวได้รับความเสียหายอย่างหนัก!]
[เครื่องขับดันที่ขาเสียหาย!]
……
“บ้าฉิบ!” จ้าวจงอวี่สั่งให้ระบบควบคุมอัจฉริยะเข้าควบคุมเมคาเพื่อดิ้นหนีไปพลาง หยิบจอสมองกลขึ้นมาเปิดโปรแกรมสับเปลี่ยนไปพลาง
