ในเวลาเดียวกัน กลุ่มแชตห้องของเอกการต่อสู้ด้วยหุ่นยนต์ก็มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งรัวข้อความกันอย่างบ้าคลั่ง
[จางปิง: เชี่ย พวกนายรู้ไหมว่าฉันเห็นใครในสนามแข่งถ้วยชิงอวี่?]
[ฟางหมิงหมิง: พระเจ้า! อาจารย์เหยียนจื่อกวงคลั่งไปแล้ว! ดูวิดีโอนี่สิ: ร็อกเกอร์รุ่นใหญ่]
[เฝิงก่วง: เชี่ย! เสิ่นเจาหยุ่นชวนพวกเรามาดูแข่ง ก็เพื่อให้ดูอาจารย์เหยียนจื่อกวงคลั่งเหรอ?]
[หลี่จื้อคุน: @เฝิงก่วง อาจารย์เหยียนจื่อกวงอยู่ในกลุ่มนะ]
[จางปิง: อาจารย์เหยียนจื่อกวงไม่มีเวลามาดูข้อความแล้ว
แกคลั่งไปแล้ว แต่งตัวสีสันฉูดฉาดไปเชียร์บรรพบุรุษ
เชี่ย ถอดหมวกแล้วด้วย ผมยังใส่น้ำมันแต่งผมมาอีก
ตอนสอนพวกเราแกยังไม่เคยใส่เลย]
[เจียงอวี้เสี่ยว: อ๊ากกก... ฉันซื้อบัตรไม่ทัน อยากไปดูที่สนามจริง อาจารย์ไม่คิดจะสอนพวกเราอีกแล้วหรือไง ถึงได้กล้าทุ่มสุดตัวขนาดนี้]
[เฝิงก่วง: ฉันรัว ๆ จนข้อความก่อนหน้าหายไปแล้ว]
[เฝิงก่วง: รัวอีก!]
......
เสิ่นเจาหยุ่นที่อยู่บนเวทีเห็นเหยียนจื่อกวง ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที
มือที่วางอยู่บนแท่นควบคุมของเธอสั่นไปสองทีอย่างห้ามไม่อยู่
ทำไมเขาไม่อยู่โรงเรียนดี ๆ คอยศึกษาคู่มือหลอกลวง ดันวิ่งมาดูแข่งได้ยังไง
ที่น่าโมโหยิ่งกว่าคือ เขาถึงกับตั้งใจย้อมผมไฮไลต์ให้เป็นสีเดียวกับเสื้อเชียร์
ตอนนี้คงเพราะเมคาสีแดงชาดหันไปทางเขาอย่างเห็นได้ชัด เหยียนจื่อกวงจึงเหมือนจะรู้ว่าเสิ่นเจาหยุ่นกำลังมองอยู่
เขาถือหมวกไว้มือเดียว โบกไปทางเสิ่นเจาหยุ่นอย่างสุดแรง
โบกไปโบกมาเกือบจะกระโดดด้วยซ้ำ
เสิ่นเจาหยุ่นตกใจจนพึมพำว่า “อย่า อย่า อย่านะ! ระวังเอวเคล็ด!”
