บนหน้าจออุปกรณ์ ข้อมูลในกราฟฉายวนซ้ำไปมา
เสิ่นเจาหยุ่นดูซ้ำไปสิบกว่ารอบ ริมฝีปากขยับพึมพำโดยไร้เสียง
เธอกางจอสมองกลที่ถืออยู่ แล้วใช้สองมือเคาะแป้นเสมือนอย่างรวดเร็ว
บนหน้าจอจอสมองกลปรากฏสูตรคำนวณมากมาย
ยิ่งเคาะแป้นเสมือน หน้าจอก็ยิ่งแน่นขนัดจนตาลาย
จากนั้นเส้นสายเส้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นด้านบน
มือของเสิ่นเจาหยุ่นขยับเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ถึงขั้นเห็นเป็นภาพติดตา
เส้นนั้นเริ่มแสดงรูปแบบความผันผวนแบบใหม่
ฟางเยว่ก้มตัวตรวจดูอยู่ข้าง ๆ ตลอด
ช่วงแรกเขายังพอตามความคิดของเสิ่นเจาหยุ่นทัน ขณะมองสูตรคำนวณบนหน้าจอ
แต่พอถึงช่วงหลัง อย่าว่าแต่ใช้สมองคิดเลย แค่กวาดตามองข้อมูลด้านบนยังไม่ทันครบ ข้อมูลชุดใหม่ก็โผล่มาทับชุดเก่าเสียแล้ว
“อา...” ฟางเยว่ครางออกมาอย่างทรมาน
เขารู้สึกตาพร่าไปหมด ขมับทั้งสองข้างก็เริ่มปวดตุบ ๆ
ใช้สมองหนักเกินไป ทรมานชะมัด
เขายอมแพ้แล้ว
ฟางเยว่ส่ายหัวโงนเงน ก่อนยืดตัวขึ้นยืน มองเสิ่นเจาหยุ่นด้วยสายตาเลื่อมใส
เมื่อครู่เขาประเมินตัวเองสูงเกินไปหน่อย
มือของเสิ่นเจาหยุ่นชะงัก เธอหันกลับมา ตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ ถึงนึกได้ว่าฟางเยว่ยังรอคำตอบอยู่
นิสัยเสียของเธอคือพอจมอยู่ในโลกของตัวเองเมื่อไร ก็มักจะลืมคนรอบข้างทุกที
“เป็นยังไงบ้าง?” ฟางเยว่ที่เพิ่งยืดหลังตรงกลับก้มลงไปอีกครั้ง
เสิ่นเจาหยุ่นขยับคอที่แข็งเกร็ง ถอนหายใจแล้วตอบว่า “เบื้องต้นคิดว่าค่าความเสถียรของสัญญาณไม่พอ แต่จุดไหนที่มีปัญหากันแน่ ฉันคงต้องไล่ตรวจทีละจุด”
