ฟางเยว่ลูบเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อมา จริง ๆ ก็ยังไม่ถึงกับได้สวมเสื้อผ้าหรูหรากลับบ้านเกิดหรอก
แค่ช่วงนี้อาจารย์จากสถาบันสหพันธ์ชอบมาคุยกับเขาตอนดึก ๆ แถมยังมีรุ่นน้องที่เดินผ่านไปมามากขึ้นด้วย
แม้แต่ร้านข้าวผัดหูเอ้อร์ที่เขาแวะกินเป็นประจำ ปกติหูเอ้อร์ก็ยังแถมไข่ให้เขาตั้งสองฟอง
เขาเปิดสมุดบันทึกอย่างไม่ใส่ใจ “รองคณบดีกวน อาจารย์เหยียน... มีอาจารย์ตั้งหลายคนอยากมาช่วย”
“เอ๊ะ?” เสิ่นเจาหยุ่นชะงักเมื่อได้ยินชื่อเหยียนจื่อกวง “เหยียนจื่อกวงไม่ยุ่งกับงานสอนแล้วหรือ?”
“เขาบอกว่าไม่ต้องปรับปรุงตำราเรียนแล้ว งานก็เลยน้อยลง ว่างจนใจจะขาด” ฟางเยว่พลิกสมุดบันทึกไปมา
การติดต่อกับอาจารย์พวกนี้ยังมีข้อดีอีกอย่าง บางครั้งมีเรื่องที่เขาจัดการไม่ไหว ก็ขอให้พวกเขาช่วยได้
เสิ่นเจาหยุ่นหันกลับไปมองหน้าจอจอสมองกล
ข้อความเมื่อครู่เป็นรายชื่อคนที่ไต้หนิงหนิงส่งมาให้ ซึ่งเตรียมตัวมาทำงานที่จู่จง
นอกจากนักศึกษาที่เคยทำงานในสถานีซ่อมบำรุงชั่วคราวแล้ว ยังมีนักศึกษาอีกส่วนหนึ่งที่เสิ่นเจาหยุ่นแทบไม่เคยติดต่อด้วย
เธอเลื่อนนิ้วสองสามครั้ง แล้วฉายรายชื่อขึ้นบนหน้าจอ
จากนั้นก็หันไปบอกหานเวยว่า “เรารับคนจากสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งมาได้ไม่น้อยเลย พวกที่เคยทำงานในสถานีซ่อมบำรุงให้ฟางเยว่ดูแล ส่วนคนที่เหลือให้นายพาไปฝึกดีไหม?”
“ทำไมคนที่เธอฝึกมาแล้วถึงยกให้ฟางเยว่หมด ส่วนพวกมือใหม่ก็เป็นของฉันทั้งหมดล่ะ? แล้วช่างหูล่ะ?” หานเวยถามอย่างขุ่นเคือง
ไม่เคยเห็นใครลำเอียงขนาดนี้เลย งานดี ๆ แบ่งให้ฟางเยว่ ส่วนงานเหนื่อย ๆ โยนให้เขา
