เสิ่นเจาหยุ่นเงยหน้าขึ้นอย่างฉงน ฉายาพี่กระสอบทรายนี่วันนี้โผล่มาบ่อยเกินไปแล้วนะ
เธอรู้สึกเหมือนพลาดอะไรบางอย่างไป
เซี่ยซิงอวี่เป็นพวกขี้พูด ไม่สนด้วยว่าเสิ่นเจาหยุ่นจะตอบอะไรหรือเปล่า ก็พูดต่อของตัวเองไปเรื่อย “ฉันน่ะเสียใจนะที่สอบตก แต่เมื่อวานได้เห็นคำถามของนายในฟอรัมปุ๊บ ฉันก็หัวเราะเลย
วันนี้ได้มานั่งเรียนด้วยกัน ฉันก็ขำอีกรอบ ที่แท้ก็ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวที่ซวยเพราะเหยียนจื่อกวงนี่หว่า“
เสิ่นเจาหยุ่นมองเธออย่างเอือมๆ แล้วก็อดกลอกตาไม่ได้
เซี่ยซิงอวี่ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด พูดต่อ “นายนี่ก็เอ้ย ยังจะไปเรียนกับเหยียนจื่อกวงอีก ไม่รู้หรือไงว่าเหยียนจื่อกวงมีฉายาในสถาบันว่า แฟนพันธุ์แท้เสิ่น?
เขาน่ะชอบประโคมข่าววีรกรรมของเสิ่นเจาหยุ่นนักเชียว
เมคารุ่นเริ่มต้นศูนย์ขายที่ไหน นายยังไม่รู้เลยนะ นายไม่ซวยแล้วใครจะซวย“
มุมปากของเสิ่นเจาหยุ่นกระตุกยิกๆ อีกครั้ง
หลินจินกวงน่าจะออกกฎตั้งแต่แรกว่าห้ามอาจารย์ปลูกฝังลัทธิบูชาตัวบุคคลขั้นสุดให้เด็กนักเรียน
แต่พอฟังที่เซี่ยซิงอวี่พูด ก็เกิดคำถามขึ้นในใจ
“ฉันจะไปรู้ได้ไงว่าคำถามง่ายๆ แค่นี้จะทำให้วันนี้โดนเหยียนจื่อกวงเล่นงานเข้า แล้วฉันก็เปิดโหมดนิรนามด้วยนะ เขารู้ได้ไงว่าคนถามคือฉัน”
“นิรนามบ้าอะไรกัน! แค่ไม่ถึงสิบนาทีชื่อปลอมของนายก็ถูกจับโป๊ะแล้ว
ฉันน่ะแค่ถูกเหยียนจื่อกวงแหกชื่อปลอม แต่นายน่ะ...ถูกแหกทั้งสถาบัน!
แต่ก็ดีนะที่วันนี้มีนายรับหน้าแทน ไม่งั้นคนที่โดนลากให้ตอบต่อหน้าชั้นเรียนคงเป็นฉันคนเดียวแน่“
พูดจบเซี่ยซิงอวี่ก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากจนต้องตบต้นขาตัวเอง
เมื่อคืนเธอได้รับแจ้งจากเหยียนจื่อกวงว่าต้องซ้ำชั้นเรียนวิชานี้
ที่ต้องมาเรียนกับรุ่นน้องปีหนึ่งน่ะ เธอเสียใจมาก
