เสิ่นเจาหยุ่นอดกระตุกมุมปากไม่ได้
ใครแต่งกลอนห่วยแตกนี่ จะสร้างชื่อให้โด่งดังก็อย่ามาแปะชื่อเธอสิโว้ย!
ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงใครบางคน
ฉื่อฉิน ไอ้หนุ่มที่ชอบพูดว่าตัวเองมาจากดาวน้ำเงินผู้ยิ่งใหญ่
หมอนี่ความรู้น้ำขุ่น ๆ แต่ชอบแต่งกลอนท่องกวีสุด ๆ ความฝันสูงสุดในชีวิตคือการได้ออกหนังสือรวมบทกวีสักเล่ม...
แต่สถานการณ์บังคับ รอบนี้เธอยอมแล้ว!
กลอนห่วย ๆ นั่นฉันแต่งเอง คำคม ๆ ก็มาจากปากฉันทั้งนั้น
ต่อไปถ้าใครมาท่องกลอนหรือคำคมที่เมื่อ 300 ปีก่อนฉันไม่เคยพูดให้ฟัง ฉันก็จะยอมรับหมด!
เหยียนจื่อกวงท่องจบด้วยอารมณ์ลึกซึ้ง หันมามองเสิ่นเจาหยุ่นอย่างดูถูก “งั้นที่เธอพูดมามันเพราะอะไร? เพราะความดีงาม? เพราะความเสียสละ?
ไม่ใช่ ความดีและความเสียสละมันมีขีดจำกัด
มีเพียงความแค้น ความแค้นไม่รู้จบเท่านั้น ที่ทำให้คนยอมสละทรัพย์สมบัติมหาศาลได้โดยเต็มใจ
มันคือความแค้นจากเลือดเนื้อที่เกือบสูญพันธุ์ คือความเจ็บปวดที่เห็นครอบครัวและเพื่อนถูกสัตว์ร้ายฉีกกระชากต่อหน้าต่อตา ต่างหากที่หนุนหลังให้เธอตัดสินใจเปิดเผยแบบแปลนเมคารุ่นเริ่มต้นศูนย์ให้สาธารณชนโดยไม่คิดเงิน
เสิ่นเจาหยุ่นเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อและหัวใจ! อย่ามโนแทนเธอเองสิ“
เสิ่นเจาหยุ่นเบิกตากว้าง
ข้ามโนถึงตัวเอง?
เพราะมันไร้สาระเกินไป เธอถึงกับไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกที่ซับซ้อนในใจตอนนี้ยังไงดี
เธอได้แต่พยักหน้าอย่างหมดแรง “ใช่! มันคือความแค้น! ความแค้นที่ทรายเหลืองรบร้อยศึก ขับเมคาฝ่าฟัน ไม่ถล่มสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ก็ไม่ขอคืน! ต่อไปฉันจะไม่กล้ามโนมั่ว ๆ อีกแล้ว”
