“ว้าว! อาจารย์ใจดีจังเลยค่ะ!” เซี่ยซิงอวี่กะพริบตาปริบ ๆ มองเหยียนจื่อกวง
เหยียนจื่อกวงหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา แล้วเดินมาหาเธออย่างเงียบเชียบ ก่อนยื่นให้ “ต่อไปอย่าติดเอฟวิชาฉันก็แล้วกัน ฉันจะใจดีกว่านี้ได้อีก”
โจวป๋ออันกระโดดเข้ามาราวกับลิง “อาจารย์ครับ ผมก็เอาด้วย! รับรองว่าจะไม่ติดเอฟ!”
เมื่อมีสองคนนี้เป็นตัวอย่าง นักศึกษาคนอื่น ๆ จากสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งก็พากันกรูเข้ามาล้อมเหยียนจื่อกวง มองเขาตาละห้อย
หนังสือที่เหยียนจื่อกวงนำมาถูกแจกหมดในพริบตา
สุดท้ายเขาก็ยัดหนังสือเล่มหนึ่งใส่มือเสิ่นเจาหยุ่น ไม่สนด้วยซ้ำว่าเธอจะเอาหรือไม่
เสิ่นเจาหยุ่นเขย่าหนังสือในมืออย่างเบื่อหน่าย พอเห็นชื่อผู้เขียนบนปกก็อดยิ้มไม่ได้
เธอส่ายหน้า ม้วนหนังสือเป็นหลอดแล้วหนีบไว้ระหว่างแขนกับลำตัว “ไป! ไปประทับตรากัน”
คนจากสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งไม่ได้สงสัยอะไร ต่างพากันเดินตามเธอไป
พวกที่ก่อนหน้านี้มาดักรอยังไม่ยอมไปไหน แถมยังตามมาอีก
บางคนหยิบจอสมองกลออกมาเป็นระยะ แล้วหันหลังให้คนจากสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่ง คุยกับคนอื่นอย่างตื่นเต้น
“รีบมาที่พื้นที่เดิมของสถาบันวิจัยตระกูลเสิ่น เราจะรวยกันแล้ว!”
“ใช่! บรรพบุรุษหมายเลข 01 เป็นเจ้ามือ ใครมาก็รับเดิมพัน อีกสี่ปีเธอต้องจ่ายเงินให้พวกเราแน่”
“ลงแค่สองหมื่นเหรียญดารา ก็เหมือนซื้อการลงทุนระยะยาวสี่ปีแล้ว เรื่องนี้ฉันไม่บอกใครหรอกนะ ฉันส่งหมายเลขกระดานเดิมพันที่มีแพลตฟอร์มถ้วยชิงอวี่ค้ำประกันไปให้จอสมองกลของนายแล้ว ไปดูเอง!”
“ให้ฉันช่วยซื้อให้เหรอ? ไม่ได้หรอก เรื่องดี ๆ แบบนี้ต้องมาด้วยตัวเองถึงจะได้ตรวจสอบเงินทุน!”
“นายจะสนทำไมว่าเธออยากให้เข้าร่วมหรือเปล่า มาถึงแล้วค่อยว่ากัน เธอคุยง่ายจะตาย ถ้าซื้อไม่ทันก็ถือว่ามาเดินเล่นแถวนี้แล้วกัน”
