บรรยากาศร้อนแรงเกินไป ในที่สุดเหล่าคนจากวิทยาลัยอังโกลัวที่เดิมทีก็ใจเต้นอยากร่วมวงอยู่แล้วก็ทนไม่ไหว
เฉินเจี้ยนดึงโจวป๋ออันที่อยู่ใกล้ที่สุดเข้ามาทันที “ฉันพนันกับเธอด้วย! พวกเราไม่ต้องตรวจสอบเงินทุนใช่ไหม?”
โจวป๋ออันกลุ้มจนหน้าเหยเกเป็นมะระขี้นก
บรรพบุรุษเอ๊ย ทำไมถึงกล้าพนันกับคนตั้งมากมายขนาดนี้นะ?
ถึงจะเปิดสถาบันวิจัย เปิดโรงงานผลิตเมคาก็เถอะ แต่จะไม่เห็นเงินเป็นเงินแบบนี้ไม่ได้สิ!
พอเห็นเฉินเจี้ยนเข้ามาใกล้ เขาก็หันหน้าหนี ทำเป็นไม่ได้ยิน
แต่ถึงเขาจะไม่ได้ยิน เสิ่นเจาหยุ่นก็ได้ยินชัดแจ๋ว!
เสิ่นเจาหยุ่นตะโกนบอกโจวป๋ออัน “โจวป๋ออัน! คนจากวิทยาลัยอังโกลัวไม่ต้องตรวจสอบเงินทุน พวกเขาต่อไปต้องขายแรงงานชดใช้หนี้กันหมด!”
พูดจบเธอก็ก้มมองจอสมองกลในมือคนที่มีขวดเปล่าสองใบห้อยอยู่ตรงคอ
เธอยื่นมือไปตบจอสมองกลทันที “แกนี่นะ กล้าเอาสินสมรสของผัวเมียมาพนันด้วยเหรอ? ไสหัวไป!”
เธออดไม่ไหว เขกหัวอีกฝ่ายไปหลายที
คนนั้นยกมือกุมหัว “ที่นี่ห้ามก่อกวนความสงบ!”
“เพียะ!”
คำตอบที่เขาได้รับคือมะเหงกอีกทีจากเสิ่นเจาหยุ่น
เธอตวาด “จับฉันไปก็ไม่มีคนเป็นเจ้ามือแล้ว! กล้าก่อเรื่องไหมล่ะ? ถ้าไม่กล้าก็รีบมานี่ ให้ฉันเขกหัวให้สะใจ!”
เหล่าผักกุยช่ายที่ต่อแถวอยู่ข้าง ๆ พากันจ้องคนนั้นเขม็ง
ราวกับกำลังบอกว่า ถ้าเขากล้าก่อเรื่อง พวกเขาจะเป็นคนแรกที่ไม่ปล่อยเขาไว้แน่!
คนนั้นจึงได้แต่กุมหัวอย่างจนใจ
ทางด้านเซี่ยซิงอวี่กอดอก จ้องหญิงสาวจากสถาบันจักรวรรดิที่ชูจอสมองกลอวดกำลังทรัพย์ “เธอพนันข้างสถาบันจักรวรรดิแล้วเสียไปสองหมื่นเหรียญดารา ยังจะเอาอีกสองหมื่นมาลงที่นี่อีกเหรอ? ฉันแนะนำว่าอย่าดีกว่า!”
