ตอนนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังมาจากไม่ไกล
“ดูสถาบันวิจัยแห่งนี้แล้ว ยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าเมคาพลังจิตเป็นเรื่องน่าขำ? นี่เป็นข้อสรุปที่คนทั้งสหพันธ์เห็นพ้องกันมานานแล้ว”
ทุกคนหันไปมองทางต้นเสียง
หลี่จิ่นเซวียนจากวิทยาลัยอังโกลัวยืนกอดหนังสือกองโตไว้ในอ้อมแขน แล้วเดินมาทางคนของสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งอย่างไม่รีบร้อน
ด้านหลังเธอ นักเรียนคนอื่น ๆ ของวิทยาลัยอังโกลัวก็ถือข้าวของกันมาเต็มไม้เต็มมือ
พอเสิ่นเจาหยุ่นเห็นเทพธิดานำโชค ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “อ้าว เพื่อน ๆ จากวิทยาลัยอังโกลัวนี่เอง! ไม่เจอกันวันเดียวเหมือนห่างกันไปสามปี แต่ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน พวกเราห่างกันไปนานแค่ไหนแล้วล่ะเนี่ย บังเอิญจัง พวกเธอก็มาที่นี่เที่ยวเหมือนกันเหรอ?”
รอยยิ้มบนใบหน้าหลี่จิ่นเซวียนพลันแข็งค้าง
ไม่รู้ทำไม ทุกครั้งที่เจ้าบรรพบุรุษหมายเลข 01 พูดขึ้นมา เธอก็รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังอย่างบอกไม่ถูก
แต่พอนึกว่าทุกคนมองออกแล้วว่าเจ้าบรรพบุรุษหมายเลข 01 เจ้าเล่ห์ขนาดไหน อีกทั้งจ้าวจงอวี่ยังบอกว่าการแข่งขันรอบหน้าจะเขี่ยเจ้าบรรพบุรุษหมายเลข 01 ออกเป็นคนแรกแน่นอน
เธอก็ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว
“พวกเราไม่ได้มาเที่ยวสักหน่อย นอกจากมาแสดงความเคารพต่อบรรพชนแล้ว ยังมาศึกษาบทเรียนจากความล้มเหลวของคนรุ่นก่อนด้วย”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนปรายตามองอุปกรณ์ในห้องทดลอง “ชีวิตของเสิ่นเจาหยุ่นยิ่งใหญ่และสูงส่ง มีเพียงแนวทางการพัฒนาพลังจิตที่เธอกำหนดไว้เท่านั้นที่อาจถูกตำหนิได้ แม้แต่คนอย่างเสิ่นเจาหยุ่นยังทำผิดพลาดได้ พวกเราจึงต้องหมั่นทบทวนตัวเองทุกวัน เส้นทางการผลิตเมคาต้องไม่หลงระเริงและไม่ใจร้อน!”
