สายตาของเหยียนจื่อกวงก็จับจ้องอยู่ที่ร่างของเสิ่นเจาหยุ่นเช่นกัน
เสิ่นเจาหยุ่นไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าทุกคนกำลังมองมาที่เธอ
เธอก้มหน้าก้มตาเลื่อนดูหนังสือเรียนที่ฉายบนโต๊ะจากจอสมองกลอย่างรวดเร็ว
“ศักราชซิงเหยา ปี 1033 เสิ่นเจาหยุ่นสร้างเมคาตัวแรก รุ่นเริ่มต้นศูนย์
เมคารุ่นเริ่มต้นศูนย์เป็นเมคาจู่โจมขนาดกลางตัวแรกของสหพันธ์ จุดเด่นคือสมดุลระหว่างอำนาจการยิงและความคล่องตัว เหมาะกับการรบตัดสินเร็ว”
“ศักราชซิงเหยา ปี 1038 เฉินจิ่นหัวได้รับแรงบันดาลใจจากบันทึกตกทอดของเสิ่นเจาหยุ่น ประดิษฐ์เมคาหนัก ผงาด 11
ผงาด 11 ด้วยการอัดอำนาจการยิงสูงสุดและการป้องกันขั้นสุด ถูกขนานนามว่า ป้อมรบเคลื่อนที่”
“ศักราชซิงเหยา ปี 1040 ชูซิ่งก็ได้รับแรงบันดาลใจจากบันทึกตกทอดของเสิ่นเจาหยุ่นเช่นกัน สร้างเมคาเบา ผู้ซ่อนเร้นรุ่นแรก
ผู้ซ่อนเร้นรุ่นแรกละทิ้งพลังการรบซึ่งหน้า มุ่งเน้นการอำพรางและทำลายขั้นสูงสุด เป็นทูตแห่งความมืดที่ป่วนสมรภูมิ”
“นับแต่นั้นก็ได้กำหนดประเภทของเมคาทั้งสาม คือ เมคาหนัก เมคาเบา และเมคาจู่โจมขนาดกลาง
ทหารเมคาเดี่ยวแต่ละนาย จะถูกฝึกให้จับคู่กับเมคาประเภทต่าง ๆ ตามพรสวรรค์ส่วนตัว...”
...
เธอพลิกดูแค่นิดเดียว ก็รู้สึกว่าวิชา ‘ประวัติการพัฒนาเมคา’ นี่เหมาะกับเธอสุด ๆ เลย
ตั้งใจเรียน? ไม่มีทาง!
เพราะงั้นเธอต้องทำตามที่อาจารย์เหยียนจื่อกวงพูดได้แน่ คือความตั้งใจที่ทั้งคู่ต่างมีให้กัน!
เธออ่านอย่างใจจดใจจ่อ โดยไม่รู้เลยว่าสีหน้าของอาจารย์เหยียนจื่อกวงบนแท่นบรรยายยิ่งแข็งค้างขึ้นเรื่อย ๆ
