“พี่สวี นี่มันมากเกินไปจริง ๆ ท่านเอากลับไปบ้างเถอะ”
โจวซานถือขนมปังสองสามก้อน ริมฝีปากขยับขึ้นลงเหมือนจะพูดอะไรอีก แล้วเอ่ยเสียงเบา
สำหรับพวกเขาแล้ว ทรัพยากรเหล่านี้ก็เพียงพอให้พวกเขาประทังชีวิตไปต่อแล้ว ถ้าขนไปมากกว่านี้ กลับจะทำให้คนอื่นอิจฉา ถึงขั้นนำภัยมาให้
“เสี่ยวพ่างกำลังโต ต้องกินเยอะถึงจะเพิ่มพลังชีวิตได้”
สวีอวี้ตัดบทเขา น้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง
โจวซานคิดจะปฏิเสธอีก แต่เหมาเก้ากลับยกมือขวางเขาไว้ นี่เป็นน้ำใจของสวีอวี้ ถ้าปฏิเสธอีกก็ดูจงใจตีตัวออกห่างเกินไป
“ฟังไว้ให้ดี ใครกล้าคิดไม่ซื่อกับอาหารพวกนี้ ฆ่าไม่เว้น!”
เซี่ยงเทียนสงเหมือนจับจังหวะได้ ก้าวขวางออกมาด้านข้างทันที กวาดสายตามองรอบ ๆ อย่างเย็นชา พลางเปล่งเสียงดุดัน
ด้านหลังเขา จางตั้นกับหน่วยรักษาการณ์อีกกลุ่มหนึ่งถือปืนอยู่ในมือ ลำกล้องจับจ้องไปที่คนรอบ ๆ อย่างจงใจ ปากกระบอกปืนทมิฬสร้างแรงกดดันมหาศาล แววตาโลภที่จับจ้องอยู่เมื่อครู่หดหายกลับไปทันที
“จางตั้น นายแบ่งกำลังมาสองคน ลาดตระเวนละแวกนี้ ถ้ามีใครกล้าเข้าใกล้ก่อเรื่อง ไม่ต้องมารายงาน ยิงทิ้งได้ทันที”
เซี่ยงเทียนสงยังไม่ค่อยวางใจ จึงสั่งเพิ่มอีกประโยค
จางตั้นคารวะและรับคำสั่งทันที คัดเลือกสมาชิกเก่าสองนายให้อยู่ที่นี่โดยเฉพาะ
ถึงแม้ตอนนี้พวกผู้ลี้ภัยจะหวาดกลัวปากกระบอกปืน แต่ถ้าถึงขั้นหิวจนตาลาย อะไรก็ทำได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะเมื่อเจอกับอาหาร สัญชาตญาณจะครอบงำเหตุผล
