เซี่ยงเทียนสงส่งสัญญาณให้ลูกทีมดูแลครอบครัวนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็เป็นเพียงการแสดงเท่านั้น
เพราะด้วยสายตาของเขา ย่อมดูออกว่าผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้กับตระกูลสวีเป็นเพียงความผูกพันเก่า บัดนี้ชนชั้นห่างเหิน ต่อให้คิดถึงกันสักเพียงไหน ก็มิอาจข้ามหุบเหวนี้ได้
หลังจากนี้ สุดท้ายก็ไม่ใช่คนร่วมทางกันอีก
ส่วนเหมาเก้าพวกเขายังต่างออกไป เพราะเคยออกหน้าช่วยเหลือตระกูลสวี ถือว่าแสดงน้ำใจให้เห็น เซี่ยงเทียนสงจึงดูแลพวกเขามากเป็นพิเศษ
ออกจากเขตกระโจม สวีอวี้ไม่รอช้า พาพวกแม่สวีเดินกลับ
แม่สวีหันกลับมามองกระโจมเตี้ยทรุดโทรมนั้นหลายครั้ง พลางถอนหายใจเป็นระยะ เปี่ยมด้วยอารมณ์ซับซ้อน
“อย่าถอนใจเลย เราช่วยเท่าที่ช่วยได้แล้ว”
พ่อสวีเอ่ยปาก ถ้าไม่ใช่เพราะลูกชายเป็นโล้เป็นพาย การดำรงชีพของพวกตนก็ยังเป็นปัญหา ไม่ต้องพูดถึงความเห็นอกเห็นใจซึ่งเป็นอารมณ์ฟุ่มเฟือยเลย
แม้แต่ตอนนี้ ครอบครัวพวกเขาก็ทำได้แค่ประทังอิ่มท้อง การส่งอาหารมาให้ด้วยตัวเอง ก็เป็นความหวังดีสุดความสามารถแล้ว
สวีเยว่แอบกำมือแม่อย่างเงียบ ๆ ใบหน้าเด็กน้อยไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร ดูตั้งใจเป็นพิเศษ
“เสี่ยวเยว่ ต่อไปถ้าได้ไปโรงเรียนอีก ต้องตั้งใจฟังคุณครูให้ดี อย่าทำให้โอกาสนี้เสียเปล่า”
แม่สวีพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ถึงเธอจะไม่ใช่คนมีการศึกษา แต่จากที่คุณครูจูได้รับความเคารพ ก็เข้าใจว่านี่คือทางออกของลูกสาว
